You are here

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพียงวันละแก้ว เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมได้

โรคมะเร็งเต้านม (โดย รศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา, นพ.ปัญญา ทวีปวรเดช) 

รศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา
หน่วยศัลยศาสตร์เต้านมและต่อมไร้ท่อ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

น.พ.ปัญญา ทวีปวรเดช
หน่วยศัลยศาสตร์เต้านมและต่อมไร้ท่อ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพียงวันละแก้ว เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมได้

สำหรับข่าวที่น่าสนใจ นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ก็กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจกันเป็นอย่างมากนะครับ สำหรับภัยใกล้ตัวอย่างแอลกอฮอล์ ซึ่งจั่วหัวมาด้วยบทความจากสำนักข่าว CNN ที่ว่า “A drink a day tied to higher breast cancer risk, report says” หรือ “การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพียงวันละแก้ว เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมได้” เอาล่ะสิครับ ... เมื่ออันตรายเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นทุกที เราไปดูในรายละเอียดของเรื่องนี้กันเลยดีกว่าครับ


 

         เป็นที่รู้กันในกลุ่มนักวิจัยมานานแล้วว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมมากๆนั้นเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมได้ โดยข้อมูลล่าสุดจากสมาคมการวิจัยเพื่อการป้องกันโรคมะเร็งประเทศสหรัฐอเมริกา (American Institute for Cancer Research) และกองทุนโลกเพื่อการวิจัยด้านมะเร็ง (World Cancer Research Fund) ได้ออกมาเปิดเผยถึงความเสี่ยงจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกวัน กับการเกิดมะเร็งเต้านมในสตรีวัยก่อน และหลังหมดประจำเดือน โดย

Dr. Anne McTiernan

Dr. Anne McTiernan หัวหน้าทีมวิจัยจากสถาบันวิจัยด้านมะเร็ง Fred Hutchinson ในซีแอทเทิล ได้กล่าวว่า “การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์วันละ 10 กรัม (เทียบเท่าไวน์ 1 แก้วเล็ก หรือ เบียร์ 240 ม.ล. หรือ สุรา 30 ม.ล.) เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน และหลังหมดประจำเดือนถึง 5% และ 9% ตามลำดับ” ซึ่งเข้ายังได้กล่าวต่อไปอีกว่า เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากกับผลการศึกษานี้ ซึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการดื่มเพียง 1 แก้วต่อวันแม้ว่าจะเล็กน้อย แต่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นจากจุดนั้น ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สมาคมการวิจัยเพื่อการป้องกันโรคมะเร็งประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ AICR นั้นได้ให้คำแนะนำว่าไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 1 แก้วต่อวัน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม
 

                สำหรับงานวิจัยดังกล่าวจาก AICR นั้น นักวิจัยได้รวบรวมผลการศึกษาจากงานวิจัยต่างๆกว่า 119 ฉบับจากทั่วโลก ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากสตรีกว่า 12 ล้านคน และ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมากกว่า 260000 ราย ซึ่ง

Professor Chin-Yo Lin

Chin-Yo Lin นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Houston’s Center for Nuclear Receptors and Cell Signaling ได้ให้ข้อมูลว่า “แอลกอฮอล์นั้นจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอะเซทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในหน่วยพันธุกรรม หรือ DNA ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งในที่สุด” “การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ยังพบว่ามีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของปริมาณของฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน (estrogen) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของมะเร็งเต้านม” นอกจากนี้ “ข้อมูลจากงานวิจัยในปี 2015 จาก Journal PLOS ONE ซึ่งพบว่าแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ โดยผ่านทางอิทธิพลของยีนที่ชื่อว่า BRAF” เขายังให้ข้อคิดเห็นอีกว่า “จากงานวิจัยที่ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณเล็กน้อยสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ แต่อย่างไรก็ตามคงจะต้องมาชั่งน้ำหนักกับความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมที่เพิ่มขึ้น”
 

         สรุปได้ว่าการตรวจด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรมนั้นเป็นวิทยาการทางการรักษาที่ช่วยในการตรวจคัดกรอง ค้นหามะเร็งเต้านมได้จริง   หากแต่ความแม่นยำในผู้ป่วยแต่ละรายจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่ได้กล่าวไปแล้ว  เพื่อความแม่นยำของผลการตรวจ ควรตรวจร่วมกับการตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง และอัลตราซาวด์ ก็จะเพิ่มความแม่นยำ และมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น 

         ปัจจุบันผู้หญิงไทยยังคงมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เพื่อป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องดิจิตอล แมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์ พร้อมตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง ปีละ 1 ครั้ง  หากมีอาการน่าสงสัยควรตรวจทุกๆ 6 เดือน ในกรณีที่มีความผิดปกติแพทย์จะทำการตรวจชิ้นเนื้อต่อไป  มะเร็งเต้านมรักษาได้ หากพบแต่เนิ่นๆ นะครับ