You are here

สายธารพระเมตตาจากรามาธิบดีสู่จักรีนฤบดินทร์

           

        ห้องนิทรรศการ “สายธารพระเมตตาจากรามาธิบดีสู่จักรีนฤบดินทร์” เป็นห้องนิทรรศการชั่วคราว ขนาด 160 ตารางเมตร จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณมากล้นแก่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี นิทรรศการนี้ตั้งอยู่ชั้น 1 อาคารศาลาประชาคมเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ภายในห้องนิทรรศการ ประกอบด้วย พระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝีมือของปฏิมากรอาจารย์อ๊อดหรืออาจารย์วัชระ ประยูรคำ ซึ่งเป็นปฏิมากรของรัชกาลที่ 9 โดยแท้จริง นอกจากนั้นภายในห้องนิทรรศการแห่งนี้ ยังประกอบด้วย พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หนังสือภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วางไว้ให้ผู้สนใจเปิดชมได้ รวมทั้งภายในห้องยังจัดวางโมเดลอาคารต่างๆ ของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลรุ่นแรกของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์โดยจัดวางตาม Master plan ของสถาบันฯ สิ่งที่น่าประทับใจ คือพระนามเต็มของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นตัวอักษรทำด้วยไม้ทาสีทองติดบนพื้นขาวมีกรอบเป็นสีทองขนาด 3 x 3 เมตร ติดไว้ที่ฝาผนังของห้องจัดแสดง จาก ตัวอักษรที่เป็นพระนามของพระองค์คือ   “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” เมื่อพิจารณาชัดๆ จะเห็นว่า สร้อยพระนาม “จักรีนฤบดินทร์” มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ บ่งบอกให้เห็นถึง พระมหากรุณาธิคุณอันมากล้นของพระองค์ที่ทรงมอบให้กับสถาบันฯ ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับพระราชทานสร้อยพระนามว่ารามาธิบดีมาเป็นชื่อของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีแล้วเท่านั้น ยังได้รับพระราชทานสร้อยพระนามมาเป็นชื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์อีกด้วย 

          คุณประเวศ อิงคดาภา เป็นนักธุรกิจที่มีจิตศรัทธาและรักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนต้องส่งมอบพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ซึ่งท่านผู้นี้ครอบครองอยู่นานให้เป็นสมบัติของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์โดยให้เหตุผลว่าพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์มีที่อยู่ที่เหมาะสมแล้ว นั่นคือสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ 

          ในห้องนิทรรศการแห่งนี้ผู้เข้าชมจะได้เห็นผลงานของปฏิมากรเอกของประเทศไทย คือ อาจารย์วัชระ ประยูรคำ หลายชิ้นงาน เช่น “ประดุจฟ้า โน้มลงสู่ดิน” ผลงานประติมากรรมพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่โน้มพระวรกายลงมารับดอกบัวของคุณยายตุ้ม ชาวจังหวัดนครพนมที่นำมารอทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เป็นผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดนครพนม  ในส่วนของพระบรมรูปครึ่งองค์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนกระทั่งถึงราชาภิเษกครบรอบ 60 ปี ซึ่งผลงานของอาจารย์วัชระ ประยูรคำ ส่วนใหญ่จะเป็นหินทรายขาว แต่คุณประเวศ อิงคดาภา มีความคิดที่จะเพิ่มสีให้กับพระบรมรูปทั้งหมด โดยได้ให้จิตรกรลงสีที่พระบรมรูปที่เป็นทรายขาวนั้น ในที่สุดและพระบรมรูปตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงราชาภิเษกมีสีสันที่สวยงามและเป็นจริง ซึ่งถือว่าไม่มีที่ใดเหมือนผลงานเหล่านี้ ส่งผลให้เห็นความวิจิตรสวยงามและเป็นหนึ่งเดียว พระบรมรูปทั้ง 9 องค์นี้จัดวางอยู่บนแท่นไม้สีน้ำตาลวางเรียงรายตามช่วงอายุของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยู่ใต้ร่มโพธิ์ทองที่สวยงามสูงตระหง่านและเหลืองอร่าม ช่วยเสริมให้พระรูปปั้นทั้งหมดเด่นและน่าชมยิ่งขึ้น

          ห้องนิทรรศการแห่งนี้ใช้เวลาในการจัดทำเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น ครั้งแรกที่มีการขนย้ายพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดใหญ่จำนวนมากมาที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์เป็นวันเดียวกันกับที่โรงพยาบาลจักรีนฤบดินทร์เปิดให้บริการผู้ป่วยเป็นครั้งแรก คือ วันที่ 12 ธันวาคม 2560 จึงนับเป็นนิมิตรหมายที่ดีและเป็นศิริมงคลแก่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ที่พระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้มาสถิตเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรในสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์แห่งนี้