You are here

"การเดินทางท่องเที่ยวอันเป็นความปรารถนาครั้งสุดท้ายของคุณตา" โดย อ.พญ.ดาริน จตุรภัทรพร

การเดินทางท่องเที่ยวอันเป็นความปรารถนาครั้งสุดท้ายของคุณตา

เมษายน 2552 ประเทศแคนาดา

ฉันได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่บอกว่าคุณตาเพิ่งจากเราไปนะแม้จะเป็นสิ่งที่พวกเราพอจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นในวันหนึ่งแต่ฉันก็ยังอดใจหายไม่ได้อยู่ดี

คุณตาเริ่มป่วยด้วยโรคตับในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีน้าของฉัน (นายแพทย์จิรพงษ์ ปวิตรปก) และลูกๆ ทุกคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด แม้การดูแลในช่วงแรกๆ จะเป็นการนอนที่โรงพยาบาลเพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษา แต่ช่วงหลังๆ คุณตาได้รับการดูแลที่บ้านมากขึ้นเนื่องจากสะดวกสบายกว่าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนน้อยกว่า กู๋พงษ์ผู้ซึ่งอยู่บ้านติดกับคุณตารับหน้าที่เป็นหมอประจำตัวที่ดูแลคุณตาอย่างดีตลอดมา

ช่วงเดือนเมษายน 2552 ฉันตั้งใจไปเรียนรู้ดูงานการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ประมาณ 2 สัปดาห์ ให้บังเอิญช่วงที่ฉันเลือกไปตรงกับวันหยุดยาวอีสเตอร์ในประเทศสเปน ทำให้ในที่สุดแล้วโครงการดูงานนี้ต้องถูกยกเลิกไป ช่วงเวลาเดียวกันนั้นอาการของคุณตาดูเหมือนจะแย่ลง ฉันจึงตัดสินใจกลับเมืองไทย 2 สัปดาห์แทน ซึ่งทำให้ฉันได้เรียนรู้งานการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตแทน

ตอนที่เจอคุณตาวันแรกคุณตาดูผอมไปมาก มีแผลติดเชื้อที่ขาสองข้างหลายแผล และไม่มีแรงลุกยืนด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีสีหน้าสดใส คุณตาบอกว่าอยากไปเที่ยวพัทยาเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว จะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาหลายครอบครัว ฉันไม่คิดว่าคุณตาจะเดินทางไหวในตอนแรกที่เจอ แต่ในที่สุดลูกๆหลานๆทุกคนก็ช่วยกันพาคุณตาไปเที่ยวพัทยาตามที่คุณตาต้องการ ลูกๆของคุณตา 7 คนจากทั้งหมด 9 คนรวมทั้งหลานๆอีกหลายคนเดินทางไปด้วยกันที่พัทยาในช่วงสงกรานต์นี้
 
สิ่งที่ท้าทายของการเดินทางครั้งนี้ก็คือ การพาคุณตาขึ้นและลงจากรถที่คุณลุงขับพาคุณตาไปพัทยา น้าชายอีกคนต้องช่วงอุ้มคุณตาทั้งตอนขึ้นและลง เราต้องจ้างรถกระบะขนของย้ายบ้านเพื่อย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมด เช่น รถเข็นและอุปกรณ์ทำแผลไปพัทยาด้วย เมื่อลงจากรถคุณตาจะนั่งรถเข็นเพื่อขึ้นไปที่พัก ระหว่างขึ้นลงบันไดเล็กๆไปที่ห้องพัก ลูกชายทั้ง 4 คน ต้องช่วยกันยกรถเข็นเพื่อให้ข้ามผ่านบันไดไป กิจวัตรประจำวันที่ต้องทำร่วมกันคือการช่วยคุณตาอาบน้ำ ตอนที่ทำแผลเป็นอีกช่วงที่พวกเราทุกคนต้องมาร่วมแรงร่วมใจกัน มีทั้งคนคอยซื้อยา ป้ายยา ตัดก๊อซ พันแผล ยกขา และอื่นๆอีกมากมาย พอตอนเย็นน้าแอ๋ว (พ.ญ. จิรวรรณ ปวิตรปก) จะมาแทงเส้นเลือดให้คุณตาเพื่อให้ยาปฏิชีวนะ พอตกกลางคืนลูกๆก็จะผลัดมาอยู่เวรนอนเฝ้าคุณตา เรียกว่าเราเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นโรงพยาบาลเต็มรูปแบบกันเลยทีเดียว ระหว่างวันทุกๆคนก็จะผลัดกันเข้ามาช่วยเกาผิวหนังให้คุณตาเนื่องจากคุณตามีอาการคันตามตัวเป็นอาการหลัก ทำให้เกิดการสัมผัสใกล้ชิด
                                                                     

 

แม้ว่าคุณตาจะค่อนข้างอ่อนเพลียจากภาวะที่เป็นและการเดินทางแต่คุณตาก็พยายามเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เรายังได้พาคุณตาไปกินอาหารทะเลที่ร้านและไปริมชายทะเล ตอนเช้าๆหลานๆรุ่นเล็ก จะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวช่วยให้คุณตาไม่เหงา แล้วก็วิ่งไปสวัสดีครับ ค่ะ คุณตาทุกเช้า

ฉันคิดว่าครอบครัวของเราได้ทำสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้และเป็นไปอย่างดีจากวิวห้องพักที่เราอยู่มองออกไปจะเห็นประสาทสัจธรรมตั้งตระหง่านอยู่ เหมือนจะเตือนเราว่าสัจธรรมของชีวิตก็คือการเกิดแก่เจ็บตายและแม้เราจะไม่สามารถห้ามการเกิดแก่เจ็บตายได้แต่เราสามารถทำให้เส้นทางการเดินทางไปสู่สิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่สวยงามได้เหมือนประสาทสัจธรรมที่ตั้งอยู่กลางท้องทะเลที่สวยงามฉันเดินทางไปพัทยาหลายครั้งแต่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าพัทยาสวยงามอย่างวันนั้นมาก่อนฉันสัมผัสได้ถึงความรักความเอาใจใส่ของคนในครอบครัวเราที่มีต่อคุณตาได้แล้วความรู้สึกดีๆเหล่านั้นดูเหมือนจะลอยอยู่ใกล้ในอากาศจนรู้สึกได้ฉันย้อนกลับไปคิดว่าถ้าคุณตานอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วขอหมอออกมาเที่ยวแบบนี้คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

ฉันนึกย้อนไปถึงผู้ป่วยระยะสุดท้ายคนแรกที่เคยดูแลตอนที่เป็นแพทย์ประจำบ้านปีหนึ่ง คุณทิพย์ผู้ป่วยของฉันเคยบอกฉันว่าอยากเห็นทะเลเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจากไป แต่เนื่องจากลูกๆไม่สามารถพาผู้ป่วยไปทะเลได้เนื่องจากไม่มีความพร้อมและความช่วยเหลือในการดูแลผู้ป่วยหนักระยะสุดท้าย ฉันจึงทำได้เพียงเอารูปทะเลไปให้ผู้ป่วยดูในช่วงสุดท้าย

 

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้านต้องอาศัยสองปัจจัยที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อย่างที่หนึ่งได้แก่ ความรักความผูกพันในครอบครัวที่จะนำมาซึ่งการดูแลด้วยความเอาใจใส่ผู้ป่วยอย่างเต็มที่ และอย่างที่สองคือ ความพร้อมทางด้านการดูแลรักษาพยาบาล ซึ่งหมายถึงการมีทีมแพทย์พยาบาลมาดูแลที่บ้านพร้อมกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ครอบครัวของเราโชคดีที่มีกู๋พงษ์และน้าแอ๋วที่เป็นหมอซึ่งอยู่บ้านติดกับคุณตา มีกิจการร้านขายยาทำให้สั่งอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆได้สะดวกมากขึ้นและมีลูกๆที่เอาใจใส่และช่วยเหลือผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลคุณตา ในสังคมไทยเรามีสิ่งที่ดีมากคือความตั้งใจอยากดูแลบุพการีให้ดีที่สุด แต่ส่วนใหญ่ปัจจัยเรื่องความพร้อมทางการรักษาพยาบาลจะเป็นปัญหาใหญ่เนื่องจากยังไม่มีระบบดูแลผู้ป่วยที่บ้านแบบต่อเนื่อง ฉันหวังว่าจะพัฒนางานเยี่ยมบ้านเพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลรามาธิบดีให้เป็นรูปเป็นร่างจริงจัง เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนางานด้านนี้สำหรับผู้ป่วยชาวไทยต่อไป

เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าเรายังทำอะไรได้อีกมากสำหรับงานการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้หากเราตั้งใจดีอาจจะเป็นจุดประสงค์ของคุณตาก็ได้ที่จุดประกายให้เราเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่เป็นครั้งแรกและเราหวังว่าจะมีครั้งต่อๆไปอีกอย่างต่อเนื่องฉันรู้ดีว่าวิญญาณของคุณตาคงเฝ้ามองดูพวกเราอยู่ห่างๆอย่างภาคภูมิใจในตัวลูกหลานทุกคน

 

ด้วยรักและระลึกถึง     
เป้               
แพทย์หญิงดาริน จตุรภัทรพร


 

ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว  FamMed.mahidol.ac.th
สำนักงาน: อาคาร 4  ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 
โทรศัพท์ 02-201-1486