ปรัชญา: ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ

You are here

ขอบเขตการดำเนินงาน

วิสัยทัศน์               

     เป็นศูนย์พิษวิทยาชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย

พันธกิจ               

     จัดองค์กรเพื่อเป็นแหล่งฝึกอบรมแพทย์ พยาบาล และเภสัชกรด้านพิษวิทยา เป็นเลิศในการให้บริการวิชาการด้านพิษวิทยาทำการวิจัยเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้ให้บริการวิชาการที่เกี่ยวข้องกับพิษวิทยา  รวมทั้งรณรงค์และชี้นำสังคมด้านสุขภาพและความปลอดภัย

จุดเด่นของสาขาวิชา

  • การเรียนการสอน                        

     นอกจากรับผิดชอบการเรียนการสอนในระดับก่อนปริญญา และหลังปริญญาของคณะฯแล้ว ในแต่ละปีจะมีแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินจากสถาบันต่างๆ และนักศึกษาแพทย์ปีที่ 5 และ 6 นักศึกษา/นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มาเรียนในวิชาเลือกด้วย                        

     อาจารย์และนักวิทยาศาสตร์ได้รับเชิญจากคณะเภสัชศาสตร์ของหลายมหาวิทยาลัย เช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร  มหาวิทยาลับศรีนครินทรวิโรฒ ให้สอนวิชาพิษวิทยาคลินิกแก่นิสิตและนักศึกษา                        

     นอกจากเป็นแหล่งการเรียนการสอน ศูนย์ฯยังเป็นแหล่งดูงานด้านพิษวิทยาคลินิก และการให้บริการข้อสนเทศทางพิษวิทยาและเภสัชวิทยา

  • การบริการ                     

     หน่วยเภสัชวิทยาคลินิกและพิษวิทยา ได้เป็นผู้ดูแลพนักงานโรงงานผลิตแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่หัวหน้าหน่วยท่านแรกมาจนปัจจุบัน                

     ศูนย์พิษวิทยา รามาธิบดี เมื่อได้เปิดดำเนินการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539  จำนวนผู้ขอรับบริการเพิ่มขึ้นจาก 409 ราย  เป็น 16,883 รายในปีพ.ศ. 2554 โดยมีการติดต่อขอรับบริการมีเข้ามาจากทุกภาคของประเทศไทย  ในจำนวนนี้มากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่ติดต่อขอรับคำปรึกษาเป็นแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนประชาชนทั่วไปมีน้อยกว่าร้อยละ 2

     ศูนย์พิษวิทยาได้ให้คำปรึกษา คำแนะนำเมื่อมีผู้ได้รับพิษจากสารเคมี ยา พืชพิษและสัตว์พิษ  โดยสามารถวินิจฉัย บ่งชี้ถึงความรุนแรงของภาวะการเกิดพิษ กรองแยกผู้ที่ได้รับพิษที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของภาวะพิษ ลดการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินและลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่ต้องใช้ในการรักษาพยาบาล  ข้อมูลจากการให้บริการของศูนย์พิษวิทยา รามาธิบดีในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่าสารที่เป็นสาเหตุการเกิดพิษในประเทศไทยนั้น    อันดับหนึ่งคือ สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช อันดับรองลงมาได้แก่ ยารักษาโรค, ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านเรือน, สารเคมีที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม, พืชพิษ และสัตว์พิษ ตามลำดับ  และยังพบว่าสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเป็นสารที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมากที่สุด ในขณะที่อันดับรองลงมามีจำนวนผู้เสียชีวิตต่ำกว่ามาก                

     นอกจากงานบริการ ในส่วนของการพัฒนาความรู้ ตลอดจนประสบการณ์ทางด้านพิษวิทยาและเภสัชวิทยาคลินิกของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์  ศูนย์พิษวิทยา มีกิจกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้                

  • จุลสารพิษวิทยาจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารทางด้านพิษวิทยาคลินิก โดยจัดส่งให้กับโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศฟรีทุก 3 เดือน ตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2536-ปัจจุบัน  จำนวน 72 ฉบับ เป็นบทความทั้งสิ้นประมาณ 300 เรื่อง
  • โฮมเพจของศูนย์พิษวิทยา ที่ URL: http://www.ra.mahidol.ac.th/poisoncenter/  หรือ ที่ PoisonCenter.mahidol.ac.th  จัดทำขึ้นเพื่อให้สามารถสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้      

     ศูนย์พิษวิทยาเป็นแหล่งทรัพยากรผู้ทรงคุณวุฒิ  มีการประสานอาจารย์แพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพิษวิทยาคลินิกจากโรงเรียนแพทย์หลายแห่งเพื่อดำเนินการทางวิชาการ ดังนี้

  • จัดประชุม Interhospital Toxicological Conference ทุกพฤหัสบดีที่ ๓ ของเดือน ณ ห้องประชุมศูนย์พิษวิทยา ประกอบด้วยอาจารย์แพทย์ แพทย์ประจำบ้าน และนักศึกษา จากคณะแพทยศาสตร์วิทยาลัยพระมงกุฎเกล้าฯ, คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น, คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และบุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมครั้งละประมาณ 20-30 คน

 

  • การบริการวิชาการ         
    • เป็นที่ดูงานและฝึกอบรมด้านพิษวิทยาคลินิก และการบริหารจัดการศูนย์พิษวิทยาแก่แพทย์ต่างชาติที่ได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลก ได้แก่

                         1. Dr. Pham Due ประเทศเวียดนาม (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Director, Vietnam Poison Control Center, Bach Mai Hospital, Hanoi, Vietnam) ปี พ.ศ.2538

                         2. Dr. Yee Yee Tin (Department of Pharmacology, University of Magway,  Myanmar) ปี พ.ศ. 2550

                         3. Dr. Thaw Zin (Director, National Poison Control Centre, Myanmar) ปี พ.ศ. 2552

                         4. Dr. Min Wun (Pharmaceutical Toxicology Research Division, Department of Medical Research, Myanmar) ปี พ.ศ. 2554  

  • ผลิตตำราและเป็นผู้ร่วมเขียนตำราและเอกสารทางวิชาการ เพื่อใช้ในการค้นคว้า และวิจัยทางด้านพิษวิทยา ผลงานเป็นที่ยอมรับและแพร่หลายของศูนย์พิษวิทยา นอกจากจุลสารพิษวิทยาแล้วยังมี
    • หนังสือตำราพิษวิทยา “หลักการวินิจฉัยและรักษาภาวะเป็นพิษ”  
    • หนังสือเกณฑ์มาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากสารเคมีกำจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมท  ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา    กระทรวงสาธารณสุข 
    • หนังสือแนวทางการวินิจฉัย การปฐมพยาบาล และการดูแลรักษา ภาวะเป็นพิษจากพาราควอท 
    • Assistant editor of Poisindex, Computerized Information System for Medicine and Industry, Micromedex, Inc., Colorado, U.S.A.
    • Editorial Board of INTOX Project, International Programme on Chemical Safety.  Collaboration by United Nations  Environment  Programme, International Labour Organization and World Health  Organization.
    • Management of Poisoning, A handbook for health care workers, Published by the World Health Organization in collaboration with the United Nations Environment Programme and the International Labour Organisation.
    • The Journal of Toxicological Sciences, Official Journal of The Japanese Society of Toxicology (Previous name: The Japanese Society of Toxicological Sciences)
    • ภาวะเป็นพิษจากสารออร์กาโนฟอสฟอรัสและคาร์บาเมต
    • Winai Wananukul.  Epidemiological studies of anticholinesterase pesticide poisoning in Thailand. In: Satoh T, Gupta RC (eds) Anticholinesterase pesticide: metabolism, neurotoxicity, and epidemiology. New Jersey: John Wiley & Son, Inc 2010: 523-32.
  • การจัดประชุมวิชาการ            
    • Advance in Clinical Toxicology 2002 เป็นการจัดอบรมทางด้านพิษวิทยาให้กับแพทย์ทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับ Asia Pacific Association Medical Toxicology, ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และสถาบันด้านอุบัติเหตุและสาธารณสุข กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน พ.ศ.2545 ที่โรงแรมใบหยก กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและวิทยากรจากประเทศสหรัฐอเมริกาและนอรเวย์                
    • ภาวะฉุกเฉินจากสารพิษ เป็นการจัดอบรมพยาบาลห้องฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยร่วมมือกับกลุ่มควบคุมป้องกันการบาดเจ็บและปัญหาจากสุรา สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม พ.ศ.2546 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพมหานคร                
    • จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการแก่แพทย์ พยาบาล  เรื่อง การวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยเนื่องจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Diagnosis and Management of Pesticide Poisoning: From Science to Clinical Applications) ตามภาคต่างๆ ของประเทศปีละ 1-2 ครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 โดยจัดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2555 ที่จังหวัดขอนแก่น รวมการจัดสัมมนาทั้งสิ้น 12 ครั้ง
    • ร่วมกับสมาคม Asia Pacific Association of Medical Toxicology  จัดประชุม 6th Annual Congress of Asia Pacific Association of Medical Toxicology: Challenges and Opportunities in Medical Toxicology ในวันที่ 12-14 ธันวาคม พ.ศ.2550 ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ
    • จัดอบรมพิษวิทยาคลินิก   ให้กับแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลระยอง 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 วันที่ 1-5 กันยายน พ.ศ. 2551 และรุ่นที่ 2 วันที่ 22-26 กันยายน พ.ศ. 2551
    • ร่วมกับสมาคมพิษวิทยาคลินิก สมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย และชมรมพันธุพิษแห่งประเทศไทย จัดการประชุมพิษวิทยาแห่งชาติ ตั้งแต่ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน               
    • ได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลกจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง Pesticide update: regulation, registration, diagnosis and management  โดยแบ่งเป็น 2 ครั้ง  คือ ครั้งแรก  วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 เรื่อง “Workshop on Pesticide Update” โดยเน้นให้ความรู้กับผู้ควบคุมดูแลและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สารปราบศัตรูพืช รวมทั้งอาจารย์และผู้ทำงานในวงการวิชาการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 40 คน, ครั้งที่ 2  วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เรื่อง “Workshop on Diagnosis and Management of Pesticide Poisoning: โดยเน้นเฉพาะกลุ่มแพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน จำนวน 78  คน  
    • จัดงานประชุมวิชาการ 2nd National Symposium on Animal and Plant Toxins " From Nature to Clinic" โดยร่วมกับสถานเสาวภาและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  วันที่ 26-27 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2552   ณ โรงแรมนารายณ์ กรุงเทพฯ

 

  • งานวิจัย               

     ผลงานการวิจัยตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศและในประเทศ 62 เรื่อง

  • ด้านการมีส่วนร่วมในเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคม

                1.   เป็นแหล่งให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในกรณีที่มีอุบัติภัยทางสารเคมี ให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ   ป้องกันการเกิดปัญหาที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และป้องกันการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมีในอนาคต    เช่น กรณีมีการรั่วไหลของก๊าซฟอสจีน ในปี พ.ศ. 2543,  สารอะคริโลไนไตรล์  ในปีพ.ศ. 2544

                2. มีบทบาทในการวางแผน กระตุ้นเตือนประชาชนทุกครั้งที่มีการระบาดของสารพิษเกิดขึ้น โดยผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ จุลสาร และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ   นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะเป็นพิษ ยกตัวอย่าง เช่น ไวน์มรณะ, พิษจากแมงดาทะเล, พิษจากปลาปักเป้า และพิษจากเห็ดพิษ เป็นต้น

                3.   เป็นที่ปรึกษาให้กับแพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาในการวินิจฉัยและรักษาภาวะ methemoglobinemia ในผู้ป่วยเด็กอายุ 3-6 ปีจำนวน 4 รายหลังจากรับประทานไส้กรอกที่มีสารไนไตรท์เกินค่ามาตรฐานในระหว่างวันที่ 3-11 พฤษภาคม พ.ศ.2550 หลังจากนั้นจึงได้มีการสอบสวนการระบาดของพิษจากสารไนไตรท์ของสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

               4.   ร่วมมือกับหน่วยงานทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ  โดยได้รับการประสานจากโรงพยาบาลเด็ก รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาว่ามีผู้ป่วยเด็กไทยอายุ 1 ปี ครอบครัวอาศัยที่สหรัฐอเมริกา เกิดภาวะพิษตะกั่วจากการใช้ผลิตภัณฑ์ยากวาดลิ้น (tongue powder) ที่นำมาจากประเทศไทย ซึ่งตรวจพบว่ามีปริมาณตะกั่วสูงถึง 109,000 ส่วนต่อล้านส่วน  ในที่สุดเมื่อมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยจึงพบว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้รวมทั้งยาแผนโบราณของจีน (Chinese traditional medicines) หลายชนิดมีตะกั่วสูง 2000-7000 ส่วนต่อล้านส่วน จึงได้มีการเฝ้าระวังเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยกลุ่มนี้ของไทยต่อไป

  • ผลงานเป็นที่ประจักษ์และดีเด่น            

            มีอยู่อย่างน้อย 3 ประการคือ

  1. เป็นที่ยอมรับของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยได้รับอนุมัติให้จัดตั้งศูนย์พิษวิทยาขึ้นและมีที่ทำการเป็นของตนเองโดยเฉพาะ พร้อมทั้งสนับสนุนในเรื่องบุคลากร  งบประมาณ และกิจกรรมต่างๆของศูนย์ฯ
  2. เป็นที่ยอมรับของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลทั่วประเทศเมื่อมีปัญหาทางด้านสารพิษ
  3. เป็นที่ยอมรับจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งเป็นองค์กรที่สานต่อนโยบายรัฐบาลในการสร้างหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุมประชาชนคนไทยทุกคน ให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ  โดยร่วมกับศูนย์พิษวิทยาในการพัฒนาระบบบริการให้คำปรึกษาเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ที่ได้รับพิษครอบคลุมได้ทั่วประเทศ  และจัดทำโครงการเพิ่มการเข้าถึงยากำพร้ากลุ่มยาต้านพิษที่มีความจำเป็นต้องใช้ในกรณีฉุกเฉินและการเข้าถึงยา จำนวน  10  รายการในปีงบประมาณ พ.ศ.2553-2554 โดยให้จัดการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วย ตลอดจนการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาให้กับผู้ป่วยทุกสิทธิ์การรักษา