พิษวิทยาสำหรับบุคลากรทางการแพทย์พิษวิทยาสำหรับประชาชนวีดิโอข่าวสารประชาสัมพันธ์
 

You are here

การใช้และปัญหาจากยาใกล้ตัว : ทำความรู้จักกับยาเม็ดคุมกำเนิด

ทำความรู้จักกับยาเม็ดคุมกำเนิด

ยาเม็ดคุมกำเนิดประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ออกฤทธิ์ร่วมกันในการคุมกำเนิด โดยผ่าน 3 กลไก คือ ควบคุมระดับฮอร์โมนของร่างกายเพื่อไม่ให้เกิดการตกไข่ เพิ่มความเหนียวข้นให้กับของเหลวบริเวณปากมดลูกเพื่อให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิได้ลำบาก และทำให้ผนังมดลูกบางเพื่อไม่ให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วสามารถฝังตัวได้

รับประทานอย่างไร

ยาเม็ดคุมกำเนิดโดยทั่วไปจะมี 2 ชนิด คือแบบ 21 เม็ด และแบบ 28 เม็ด โดยการรับประทานที่ถูกต้องควรปฏิบัติตามนี้

  • สำหรับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 21 เม็ด

แนะนำให้เริ่มทานเม็ดแรกในวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งถัดไป หรือหากเริ่มทานเม็ดแรกในวันอื่นต้องมีการคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ถุงยางอนามัย เป็นเวลา 7 วัน (เพราะการควบคุมระดับฮอร์โมนจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์) จากนั้นทานเม็ดต่อๆไปในเวลาเดียวกันของทุกวันจนหมดแผง เมื่อทานหมดแผงให้เว้น 7 วัน แล้วค่อยเริ่มแผงใหม่ โดยช่วง 7 วันที่หยุดทานยานั้นอาจมีเลือดออกคล้ายประจำเดือนได้ (แต่ในช่วง 7 วันที่หยุดยาก็ยังคงฤทธิ์การคุมกำเนิดได้อยู่)

  • สำหรับยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 28 เม็ด

ประกอบด้วยเม็ดยาฮอร์โมน 21 เม็ด และเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมนอีก 7 เม็ด เป็นยาที่รับประทานทุกวันโดยการรับประทานจะเหมือนกับชนิด 21 เม็ด แต่จะไม่มีช่วงหยุดยา 7 วัน แต่เปลี่ยนเป็นการทานเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมน7 เม็ดแทน เพื่อช่วยไม่ให้ลืมทานยา เมื่อทานครบ 28 เม็ดก็สามารถเริ่มทานแผงใหม่ได้เลย

ในปัจจุบันมียาเม็ดคุมกำเนิดหลายหลากยี่ห้อ ซึ่งต่างมีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนแตกต่างกันไป หรืออาจมีการทานที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้ ดังนั้นก่อนรับประทานจึงควรศึกษาวิธีการรับประทานยาจากฉลากยาและเอกสารกำกับยาให้เข้าใจเสียก่อน และที่สำคัญควรทานในเวลาเดียวกันของทุกวัน เพื่อให้ได้ผลการคุมกำเนิดที่ดี

อาการข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ยา

  • อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว เจ็บหน้าอกได้ ซึ่งมักพบได้ในบางคนที่เพิ่งเริ่มทานยา 2 – 3 แผงแรก ให้แก้ปัญหาโดยทานยาหลังอาหารเย็น หรือก่อนนอน
  • อาการเจ็บคัดเต้านม พบในระยะแรกของการใช้ยา ซึ่งอาการนี้จะหายเองในระยะต่อมา
  • อาการเลือดออกกะปริบกะปรอย อาจพบได้ในระยะแรก หรือในผู้ที่ลืมทานยาบ่อยๆ ดังนั้นควรทานอย่างสม่ำเสมอ
  • ผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น น้ำหนักตัวเพิ่ม เป็นสิว ผมร่วง อาจเกิดในระยะแรก และส่วนใหญ่จะหายเมื่อใช้ไป 2 – 3 เดือน

แต่ปัจจุบันยาคุมกำเนิดชนิดใหม่ๆก็มีการออกแบบพัฒนา เพื่อลดปัญหาเหล่านี้แล้ว ทั้งนี้อาจปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรในการเลือกยาให้เหมาะสมกับความต้องการ

ผู้ที่ควรระวังในการใช้ยานี้

ผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตัน หรือเสี่ยงต่อการมีปัญหาของระบบไหลเวียนโลหิตควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยานี้

ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีจำหน่ายในประเทศไทย

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 21 เม็ด ได้แก่

  • Diane® 35
  • Sucee®
  • Preme®
  • Marvelon® 21
  • Mercilon® 21
  • Gynera® 21
  • Minulet®
  • Meliane®
  • Melodia®
  • Cilest®
  • Yasmin®
 

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด 28เม็ด ได้แก่

  • Margaret®
  • Marnon®
  • Microgynon® 30 ED
  • Regevidon® Anna®
  • Microgest ED®
  • Triquilar® ED
  • Marvelon® 28
  • Gynera® 28
  • Mercilon® 28
  • Meliane®ED
  • YAZ®
  • Oilezz®

 

จะเห็นได้ว่ามียาเม็ดคุมกำเนิดหลากหลายยี่ห้อ โดยแต่ละยี่ห้ออาจมีปริมาณฮอร์โมนที่แตกต่างกันไป การรับประทานยาจึงควรอ่านวิธีใช้ที่แนะนำบนฉลากของแต่ละยี่ห้อให้เข้าใจว่ามีข้อควรระวัง หรือข้อควรใช้อื่นๆเพิ่มเติมหรือไม่ และเลือกยาให้เหมาะสมกับตนเอง

ปัญหาที่พบได้จากการใช้ยา

  • ลืมรับประทานยา

การจัดการกับการลืมทานยาเม็ดคุมกำเนิดนั้น จะขึ้นกับชนิด และจำนวนเม็ดที่ลืม ร่วมกับช่วงเวลาที่ลืมว่าเป็นช่วงเริ่มแผง หรือช่วงใกล้หมดแผง โดยสามารถแบ่งเป็นกรณีต่างๆ ดังนี้

  • กรณีลืมทานเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมน: ให้ทิ้งเม็ดนั้นไปและทานเม็ดอื่นตามปกติ
  • กรณีลืมทานเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 1 เม็ด: ให้ทานเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ และทานเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ (หมายความว่าในวันนั้นจะกินยารวมเป็น 2 เม็ด) โดยไม่ต้องคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
  • กรณีลืมทานเม็ดยาที่มีฮอร์โมน 2 เม็ดขึ้นไป: ให้ทานเม็ดสุดท้ายที่ลืมทันทีที่นึกได้ และทานเม็ดต่อไปตามเวลาปกติ (หมายความว่าในวันนั้นจะกินยารวมเป็น 2 เม็ด) ส่วนเม็ดก่อนหน้านั้นที่ลืมทานให้ทิ้งไป และให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยจนกว่าจะกินยาฮอร์โมนครบ 7 วัน นอกจากนี้ให้พิจารณาว่า
    • ถ้าเม็ดที่ลืมเป็น 7 เม็ดแรกของแผง หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ควรใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
    • ถ้าเม็ดที่ลืมเป็น 7 เม็ดสุดท้ายของแผง เมื่อทานแผงนั้นหมดให้เริ่มแผงใหม่เป็นเม็ดฮอร์โมนทันที โดยไม่ต้องเว้น 7 เม็ด (หรือกรณี 28 เม็ด ให้ทิ้งเม็ดที่ไม่มีฮอร์โมนไปเลย)
  • หากท้องเสีย หรืออาเจียน

ถ้าอาเจียนภายใน 2 – 3 ชั่วโมงหลังทานยา นั่นหมายถึงยายังไม่ได้ดูดซึม ให้ทานใหม่อีก 1 เม็ดทันทีที่สามารถทานได้ ถ้าทานได้ภายในวันเดียวกันเลยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าข้ามวันไป หรือทานแล้วยังอาเจียนอยู่ จะให้ผลเหมือนลืมทานยา (ดูหัวข้อ ลืมรับประทานยา

  • ทานยาแล้วยังมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว เจ็บหน้าอก แม้จะใช้ยาไป 3 แผงแล้ว

ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเพื่อเปลี่ยนยาเม็ดคุมกำเนิดให้เป็นยี่ห้อมีปริมาณของฮอร์โมนต่ำลง เพื่อลดอาการข้างเคียงดังกล่าว

  • ยาตัวใดที่มี่ผลต่อการออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิด

ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) มีผลลดประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิด อาจทำให้เกิดเลือกออกกะปริดกะปรอย และเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นหากผู้ที่ทานยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่ แล้วต้องทานปฏิชีวนะ ให้ใช้วิธีคุมกำเนิดอื่น เช่น ใช้ถุงยางอนามัย ร่วมด้วย

สิ่งใดก็ตามล้วนมีพิษ แม้กระทั่งน้ำบริสุทธิ์ มันขึ้นอยู่กับว่าเรากินมากกินน้อย

-Paracelsus-

เอกสารอ้างอิง

  1. Willacy H. The combined oral contraceptive pill (COCP)[online]. 2012[cited 2014 Jun 30]. Available from:http://www.patient.co.uk/health/combined-oral-contraceptive-pill#refdis
  2. สภาเภสัชกรรม. ยาเม็ดคุมกำเนิด (Oral contraceptive tablets). คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมสภาเภสัชกรรม. กรุงเทพมหานคร; 2554. หน้า105-8
  3. Erwin K, Steven K, Rivard R, Teri H, Ranee M, Wendy L, et al. Drug fact and comparison. 53rd ed. St. Louis, USA; 1999. p.458-67
  4. เภสัชกรสมเฮง นรเศรษฐีกุล. ยาแก้ปวดลดไข้. คู่มือประกอบการฝึกปฏิบัติงานเภสัชกรรมชุมชน. กรุงเทพมหานคร; 2556. หน้า173-226