You are here

รู้จักแพทย์ประจำบ้านสาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น (child and adolescent psychiatry)

          เนื่องจากในระยะหลายปีที่ผ่านมา มีผู้สนใจมาสมัครฝึกอบรมในสาขานี้มากเกินจำนวนที่อาจรับไว้ได้ในแต่ละปี และการสัมภาษณ์ผู้สมัครจำนวนมากยังพบว่า หลายท่านยังมีภาพลักษณ์ของการเรียนวิชานี้ไม่ชัดเจน แม้จะเชื่อว่าบางท่านได้หาข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะที่แตกต่างกันของหลักสูตร แพทย์ประจำบ้านในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 สถาบันฝึกอบรมคือ รามา จุฬา ศิริราช และยุวประสาท และอาจได้ข้อความเห็นต่างๆกันแล้วก็ตาม จึงอยากแนะนำส่วนที่เกี่ยวข้องกับรามาให้ทราบคร่าวๆคือ
 
  • การรับสมัคร เป็นไปตามข้อกำหนดของแพทยสภา อย่างไรก็ตามท่านสามารถแสดงความสนใจโดยมาลงชื่อกับทางภาควิชาไว้ล่วงหน้าได้
    • ภาควิชาต้องการให้ท่านเขียนบรรยายประวัติของท่านให้เรารู้จักล่วงหน้าประกอบหลักฐานการสมัคร
    • การสอบสัมภาษณ์และการทดสอบข้อเขียนจะทำหลังวันปิดรับสมัครของแพทยสภา โดยทุกสถาบันจะทำการสัมภาษณ์พร้อมกัน ณ สถานที่เดียวกัน โดยจะจัดลำดับการสัมภาษณ์ไม่ให้ซ้อนกัน เพื่อประโยชน์และความสะดวกของแพทย์ผู้สมัคร
  • เกณฑ์การคัดเลือก พิจารณาจากคะแนนการสอบสัมภาษณ์ GPAตอนจบ พบ.(สำหรับexternสามารถใช้ GPAของปี5ได้) รวมถึงทัศนคติและความเหมาะสมต่อการเป็นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
     
  • หลักสูตรพื้นฐานของทั้ง 4 สถาบันในแง่หัวข้อความรู้ ประสบการณ์การฝึกอบรมไม่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากต้องจัดให้มีตามหลักสูตรของราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย
  • ภาพรวมการใช้เวลาฝึกอบรม หลักสูตรคือ 4 ปี โดยจะอยู่กับจิตเวชผู้ใหญ่ 2 ปี (ทุกสถาบันในปัจจุบันจัดให้อยู่ใน 2 ปีแรกของการฝึกอบรม ซึ่งจะรวมการปฏิบัติงานในหน่วยผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยฉุกเฉิน การรับปรึกษาจากต่างภาควิชา) และมาเรียนจิตเวชเด็กและวัยรุ่นต่ออีก 2 ปี โดยการหมุนเวียนฝึกอบรมจะมีทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยรับปรึกษา กุมารเวชศาสตร์ (พัฒนาการ และประสาทวิทยา) และสาขาย่อยต่างๆเช่น นิติจิตเวชศาสตร์ ยาเสพติด สุขภาพจิตโรงเรียน เป็นต้น
     
  • สำหรับกิจกรรมการเรียนรู้ ทางภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี จัดให้มีเป็นประจำทุกสัปดาห์ได้แก่ การlecture , journal reading ,การทำสัมมนาหัวข้อต่างๆ ( แพทย์ประจำบ้านจะอ่านบทความที่ได้รับมอบหมายแล้วมานำเสนอให้แพทย์อื่นๆช่วยอภิปราย) การทำ  case conference รูป แบบต่างๆเช่นร่วมกับหน่วยพัฒนาการเด็ก ร่วมกับทีมผู้รักษาต่างๆเช่น พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งอาจต่างไปจากสาขาวิชาอื่นทางการแพทย์ หรือการที่แพทย์ประจำบ้านได้ค้นคว้ารวบรวมเรื่องที่เขาสนใจพิเศษมานำเสนอในที่ประชุม นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมเพื่อให้แพทย์ประจำบ้านได้มีโอกาสพัฒนาตนเองในด้านจิตใจและมุมมองต่อสิ่งต่างๆรอบตัวในภาพกว้างอีกด้วย

          นอกจากนี้ราชวิทยาลัยจิตแพทย์ได้จัด lecture และ case conference เพิ่มให้แพทย์ประจำบ้านทั้ง 2 สาขาและผู้สนใจทั่วประเทศอีกเดือนละ 2 ครั้ง 

  • ลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่งของการฝึกอบรมจิตเวชคือ การมี supervision กับ อาจารย์แพทย์ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ให้คำปรึกษาทั้งในด้านการรายงานการตรวจคนไข้ที่ผ่านมา ข้อสงสัยในความรู้หรือแง่มุมความคิดต่างๆ รวมทั้งสิ่งต่างๆส่วนตัวในแพทย์ประจำบ้านรายนั้นๆ
     
  • การประเมินผล จะมีทั้งในด้านความรู้ (การสอบข้อเขียนของรามาเองปีละ 2 ครั้ง และการสอบร่วมทุกสถาบันปีละ 1 ครั้ง) การปฏิบัติ ( การสอบการตรวจผู้ป่วยจริง 2 ครั้งต่อปี) และเจตคติ (จากความเห็นของผู้ร่วมงานทุกสาขาอาชีพและsupervisors)
  • แพทย์ประจำบ้านทุกคนจะต้องฝึกทำวิจัยอย่างน้อยหนึ่งเรื่องส่งต่ออนุกรรมการสอบ ความรู้ความเชี่ยวชาญสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่นก่อนจบการฝึกอบรม จึงมีสิทธิสมัครเข้าสอบเพื่อวุฒิบัตร
  • การสอบเพื่อวุฒิบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรมครบ มีงานวิจัยที่มีคุณภาพส่งและสถาบันฝึกอบรมพิจารณาส่งเข้าสอบ จะมีขึ้นทุกปีในเดือนมิถุนายน
     
  • จากสิ่งที่ได้เล่ามาทั้งหมด ลักษณะของผู้ที่ต้องการมารับการอบรมที่รามาควรเป็นผู้...
  • มีความสามารถในการเป็นแพทย์ทั่วไปได้ดีระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นสาขาที่จะต้องประมวลองค์ความรู้ทางการแพทย์ต่างๆมาใช้อย่างมาก       
  • บุคลิกภาพและสภาพจิตใจมั่นคง สามารถยืดหยุ่นปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆได้ 
  • เปิดกว้างที่จะรับฟังความเห็นของผู้อื่น
  • ตั้งใจมาฝึกอบรมในสาขานี้อย่างจริงใจ มิใช่เพียงเลี่ยงการไปใช้ทุนต่างจังหวัด
  • รับทราบว่าการฝึกอบรมแม้จะไม่เข้มข้นหนักเท่าบางสาขา แต่ก็มิใช่สาขาที่สบาย
  • ตรงต่อเวลา และซื่อสัตย์ มีค่านิยมที่สังคมทั่วไปและสังคมแพทย์ยอมรับ
  • มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วยญาติ และเพื่อนร่วมงานทุกสาขา
  • มีความกระตือรือร้นในการคิด ใฝ่รู้ ค้นคว้า มิได้รอการสอนจากอาจารย์หรืออ่านเพียงตำราภาษาไทยหรือคู่มือวิชาฉบับสั้น
  • มีความสามารถในการอ่านจับใจความโดยเฉพาะบทความภาษาอังกฤษและสื่อสารถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้
  • มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจเหตุการณ์ต่างๆเนื่องจากทางรามาจะให้อิสระในการดูแล ผู้ป่วยต่างๆมากกว่านั่งดูผู้ป่วยด้วยกันทุกรายอย่างในบางสถาบัน
  • ลักษณะเด่นของการฝึกอบรมที่รามาธิบดี
1. มีกิจกรรมพัฒนาตนเองหลายรูปแบบ
2. มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องสังคมศิลปวัฒนธรรม โดยจัดให้มีการทัศนศึกษาอย่างสม่ำเสมอ
3. ส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ ตามความถนัดของแต่ละบุคคล
4. โปรแกรมจิตเวชทั่วไปและจิตเวชเด็ก-วัยรุ่นมีการทำงานที่สอดคล้องกันเป็นอย่างดี
5. มีการเรียนรู้จากอาจารย์อาวุโสที่มาจากทั้งสามสถาบันฝึกอบรมทุกสัปดาห์ ได้แก่ ศ.เกียรติคุณ พญ.วัณเพ็ญ บุญประกอบ, ศ.เกียรติคุณ พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ, รศ.นพ.อัมพล สูอำพัน
  • จำนวนแพทย์ประจำบ้าน สามารถรับเข้าศึกษาได้ปีละ 4 ตำแหน่ง พิจารณารับทั้งกรณีที่มีต้นสังกัดและอิสระ
  • ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณราตรี หมายเลขโทรศัพท์ 02-201-1478 หรือ 02-201-1929  E-mail : ratreewannasuk@gmail.com
             
นพ. ปราโมทย์ สุคนิชย์
19 ส.ค. 2554

 

 

 

 
  ภาควิชาจิตเวชศาสตร์  Psychiatry.mahidol.ac.th
   อาคาร 3 ชั้น 7 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล   
   270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 02-201-1478 โทรสาร 02-354-7299