You are here

ภาควิชาออร์โธปิดิกส์

         ภาควิชาออร์โธปิดิกส์เป็นภาควิชาเกิดใหม่ตั้งแต่ปี 2521 เดิมใช้ชื่อว่า ภาควิชาออร์โทปิดิกส์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู และมาเปลี่ยนเป็นภาควิชาออร์โธปิดิกส์ เมื่อ พ.ศ. 2536 มีหน้าที่รับผิดชอบผู้ป่วยโรคกระดูกและโรคข้อ รวมทั้งอุบัติเหตุของระบบโครงร่างและการเคลื่อนไหว มีดังนี้

          25 สิงหาคม พ.ศ. 2507 คณะรัฐมนตรีได้ลงมติอนุมัติให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ใหม่อีกคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ โดยให้โอนโรงพยาบาลหญิงและเด็กมาเป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์แห่งนี้ และให้ใช้ที่ดินหน้ากรมทางหลวงแผ่นดินตำบลพญาไท เป็นที่จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ นับเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งที่สี่ของประเทศไทย 19 มกราคม พ.ศ. 2508 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในข้อเสนอ ให้สร้างคณะแพทยศาสตร์ รวมทั้งโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ ที่บริเวณดังกล่าวแทนการใช้โรงพยาบาลหญิงและโรงพยาบาลเด็กเป็นโรงพยาบาลของคณะฯ และได้แต่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาแบบแปลนของอาคาร เตรียมหลักสูตร และการดำเนินงานของคณะฯ พฤษภาคม พ.ศ. 2508 เริ่มดำเนินงานก่อสร้างพื้นฐานอาคารใหญ่(อาคาร1) และเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2508 เริ่มรับ นักศึกษาแพทย์ปีที่ 1 เรียนที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ และนักศึกษาพยาบาลปีที่ 1 ฝากเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ คณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลแห่งใหม่นี้ว่า รามาธิบดี ต่อจากนั้นวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2508 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ขึ้นใหม่อีกคณะหนึ่ง โดยได้กำหนดในรายละเอียดให้มีหน้าที่จัดการศึกษาและดำเนินกิจการของโรงพยาบาลสำหรับด้านการศึกษาฝ่ายแพทยศาสตร์ให้มีแผนกวิชาต่างๆ ได้แก่ พยาธิวิทยา อายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา รังสีวิทยา กุมารเวชศาสตร์ จักษุวิทยาและวิทยาโสตนาสิก ลาริงซ์ และศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด

          1 เมษายน พ.ศ. 2511 คณะฯ เปิดรับแพทย์ประจำบ้านหลายสาขารุ่นแรก โดยฝากทำงานที่โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลจุฬาลงกรน์ และเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2511 นายแพทย์ดิเรกกลับจากต่างประเทศ "หน่วยศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์" ได้เริ่มมีอยู่ในภาควิชาศัลยศาสตร์ก่อนแล้ว ยังไม่มีแผนกวิชาหรือภาควิชาออร์โธปิดิกส์ในช่วงนั้น (กำลังบุคคลากรและด้านต่างๆยังไม่พร้อม) ได้เริ่มเข้าทำงานเป็นอาจารย์คนแรกคนเดียวในหน่วยนี้และบริหารงานเป็นหัวหน้าหน่วยฯ นายแพทย์ดิเรก เริ่มร่วมงานกับทีมงานออร์โธปิดิกส์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า(ช่วงนั้นคือหน่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อ กองศัลยกรรม) โดยไปช่วยงานด้านการรักษาทหารและอาสาสมัครที่บาดเจ็บจากการสู้รบที่ชายแดนและการก่อการร้าย และได้นำนักศึกษาไปสอนข้างเตียงและออกโอพีดีอีกด้วย

        3 พฤษภาคม พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลรามาธิบดี ต่อจากนั้นวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2512 โรงพยาบาลรามาธิบดีเริ่มเปิดบริการผู้ป่วยอย่างเป็นทางการ และวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2512 วันเปิดภาคการศึกษา นักศึกษาแพทย์ปีที่ 5 รุ่นแรก เริ่มเรียนและปฏิบัติงานที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

        30 พฤศจิกายน พ.ศ.2519 ดำเนินเรื่องขอแยกหน่วยศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ เป็นภาควิชาฯ 1 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จัดตั้งภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด โดยให้รวมหน่วยกายภาพบำบัด จากภาควิชาโรงพยาบาลของคณะฯ มาเป็นสายงานหนึ่งด้วย และวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 ได้รับอนุมัติเป็นภาควิชาศัลยศาสตร์ ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด นายแพทย์ดิเรก เป็นหัวหน้าภาควิชาและแพทย์หญิงฉัฐยา จิตประไพเป็นหัวหน้าหน่วยกายภาพบำบัด 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2522 ภาควิชาฯ ย้ายห้องทำงาน จากภาควิชาศัลยศาสตร์ ชั้น 3 ไปอยู่สำนักงานชั่วคราวชั้น 5 ใกล้หอผู้ป่วยศัลย์ชาย/หญิง อาคารใหญ่ (จนถึง 14 กันยายน พ.ศ. 2525)

       11 มีนาคม พ.ศ. 2523 คณะฯ และภาควิชา ได้รับแจ้งจากทบวงมหาวิทยาลัยเรื่องการเปลี่ยนชื่อ และตัวสะกดภาษาไทย ของภาควิชาให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การทับศัพท์ ที่คณะกรรมการบัญญัติศัพท์ของราชบัณฑิตสถานได้เคยให้ความเห็นต่อทบวงฯ ภาควิชาฯ ตอบไม่ขัดข้อง ต่อมามหาวิทยาลัยได้เสนอต่อทบวงฯ ขอเปลี่ยนชื่อภาควิชาฯ เสียใหม่ให้ครบถ้วนตามแบบสากล คือจากภาควิชาออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด เป็นภาควิชาออร์โทปิดิกส์และเวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยใช้คำว่า โท แทนคำว่า โธ และคำว่า ดิกส์ สะกดด้วย ก แทน ค และใช้ภาษาอังกฤษว่า Department of Orthopaedics and Rehabilitation Medicine ต่อจากนั้นวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2523 ทบวงอนุมัติตามเสนอ ให้ใช้ชื่อใหม่เป็น ภาควิชา ออร์ โ ท ปิ ดิ ก ส์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟู และวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2523 ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศแบ่งส่วนราชการและภาควิชาในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่ 3)ให้ภาควิชาออร์โทปิดิกส์และเวชศาสตร์ฟื้นฟูเป็น 1 ใน 15 ส่วนราชการของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

         วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2523 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 97 ตอนที่ 55 กลางปี พ.ศ. 2524 ในช่วงเวลาที่ศาสตราจารย์นายแพทย์รจิต บุรีเป็นคณบดี อาคารซักฟอก(laundry) หรืออาคาร3 ก่อสร้างเสร็จ คณะฯ ได้อนุมัติสถานที่บริเวณชั้น 9 ทั้งชั้น ให้เป็นที่อยู่ใหม่ของภาควิชาฯ เป็นสำนักงานธุรการ ห้องประชุม ห้องสอน ห้องทำงานของอาจารย์ ห้องแพทย์ประจำบ้าน ห้องตำรา ห้องสื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์การพิมพ์ ห้องเวชศาสตร์ฟื้นฟู และห้องใช้สอย ฯลฯ ได้กั้นห้องและตบแต่งสถานที่เสร็จสมบูรณ์เมื่อ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2525 14 กันยายน พ.ศ. 2525 ย้ายเข้าสำนักงานใหม่ ภาควิชาฯเริ่มกรุยทางเพื่อหาสถานที่บริการผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์แห่งใหม่ปลายปี พ.ศ. 2526 คณะฯ ได้อนุมัติให้สร้างหอผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ขึ้นที่บริเวณดาดฟ้าชั้น 9 ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของอาคารใหญ่ ที่จะรับคนไข้ได้ประมาณ 40 เตียง ได้ออกแบบแปลนการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว แต่สร้างไม่ได้ เนื่องจากขัดต่อเทศบัญญัติกรุงเทพมหานครในการต่อเติมอาคารเดิมในทางสูงใกล้เขตพระราชฐาน ซึ่งออกใช้บังคับในปีนั้นพอดี พ.ศ. 2528 ด้วยการสนับสนุนอย่างแรงกล้าของท่านคณบดี ทวี บุญโชติ คณะฯ และมหาวิทยาลัยได้ยินยอมให้ใช้พื้นที่ว่างด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอาคารใหญ่ด้านที่ติดรั้วคณะวิทยาศาสตร์เป็นที่ก่อสร้างอาคารออร์โทปิดิกส์ 3 ชั้น กำหนดความสูงไม่เกิน 12 เมตร มีชั้นใต้ดินขายอาหาร ชั้นแรกเป็นโอพีดี ชั้นสองเป็นหอผู้ป่วยชายหญิง และชั้นสามเป็นห้องผ่าตัด วงเงินค่าก่อสร้างพร้อมคุรุภัณฑ์ประจำอาคาร รวมค่าออกแบบและควบคุมงาน ประมาณ 26 ล้านบาท (ไม่รวมงบวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์) นับเป็นอาคารอวัยวะ (Organ Tower) หลังแรกของคณะฯ 31 มีนาคม พ.ศ. 2529 พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารออร์โทปิดิกส์(อาคาร 4) โดยอธิการบดี ดร. ณัฐ ภมรประวัต พ.ศ. 2530 นายแพทย์ดิเรก ลาออกจากหัวหน้าภาควิชาฯ เพราะได้บริหารหน่วยงานนี้มานานถึง 20 ปี เป็นวาระตามควรแก่เวลา ภาระกิจสำคัญทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ และที่ได้ให้คำมั่นภาควิชาไว้ ได้ลุล่วงไปด้วยดีครบถ้วน และเพื่อเปิดทางให้อาจารย์รุ่นต่อๆ ไปได้มีโอกาสบริหารและพัฒนาภาควิชาฯ ด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ๆ (แม้ขณะนั้นมหาวิทยาลัยฯ และคณะฯ ยังไม่มีระเบียบกำหนดช่วงเวลาการบริหารงานของหัวหน้าภาควิชาก็ตาม) นายแพทย์ดิเรก ยังคงทำงานเป็นอาจารย์ในภาควิชาฯ ตามปกติ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 พิธีเปิดอาคารบริการผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ (อาคาร 4) โดยอธิการบดี ดร.ณัฐ ภมรประวัติ ในสมัยที่ท่านอาจารย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นคณบดี 13 ตุลาคม พ.ศ. 2536 หน่วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูแยกออกเป็นภาควิชาการใช้ตัวสะกดชื่อภาควิชาออร์โธปิดิคส์ ให้ใช้คำว่า "ภาควิชาออร์โธปิดิกส์" โดยอ้างอิงประกาศมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2553 ลงนามโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 เป็นต้นไป