You are here

ตราสัญลักษณ์

 
ครั้งแรกที่ผมย่างก้าวเข้ามาใน “รามาธิบดี”ผมได้เกิดความสงสัยมาตลอดว่านาม “รามาธิบดี”นี้มีความเป็นมาอย่างไรหากฟังจากบทเพลงขั้นต้นก็คงพอจะทำให้ทราบว่านามอันสูงค่านี้พวกเราได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แต่ผมก็ยังเกิดคำถามมาตลอดว่าทำไมคณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์(มหาวิทยาลัยมหิดลในขณะนั้น)จึงต้องชื่อ
“รามาธิบดี”เมื่อผมได้กลับไปค้นข้อมูลเบื้องต้นดูก็พบว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานนาม “รามาธิบดี”เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๐๘ ตามหนังสือเลขที่ รล ๐๐๐๒/๑๙๖๕ ส่วนเหตุผลที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยพระราชทานนามนี้นั้นมิได้ปรากฏอยู่ในหนังสือฉบับดังกล่าวอนึ่งนาม “รามาธิบดี” นั้นหมายถึงพระรามผู้เป็นใหญ่ ตามคติความเชื่อของชาวฮินดูนั้นพระวิษณุจะอวตารลงมา
โลกมนุษย์เพื่อปราบยุคเข็ญอย่างกรณีของพระรามในมหากาพย์รามายณะก็เรียกว่า “รามาวตาร” ซึ่งคติความเชื่อนี้ก็ได้รับความนิยมแพร่หลายในดินแดนสุวรรณภูมิรวมถึงสยามประเทศเองด้วย ดังจะเห็นได้จากพระเจ้าอู่ทองจารึกพระนามในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑” ทรงตั้งนามพระนครแห่งใหม่ว่า “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา” และทรงส่งพระราเมศวร(ราม+อิศวร)พระโอรสองค์โตไปครองเมืองละโว้(ลพบุรี) ล้วนเป็นไปตามคติของมหากาพย์รามายณะทั้งสิ้น
 
ต่อเมื่อผมได้พบกับศาสตราจารย์นายแพทย์สมพล พงศ์ไทยผู้ที่ได้บัญญัติศัพท์และเป็น“รามาธิบดีนิยม”(Ramathibodiism) ขณะเดินทางไปทัศนศึกษามรดกโลกตอนอยู่ปี ๓ จึงทำให้ผมได้คลายข้อสงสัยนี้ลงอาจารย์สมพลท่านเล่าให้ฟังครับว่านาม “รามาธิบดี” นี้ไม่มีใครทราบว่าเหตุใดพระองค์จึงทรงพระราชทานนามนี้ลงมาให้พวกเราแต่อาจารย์ก็ได้สันนิษฐานจากหลักฐานต่างๆแล้วคิดว่านามนี้น่าจะมีความเกี่ยวพันกับถนนพระรามที่ ๖ อันเป็นสถานที่ ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จะสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่
 
ถนนพระรามที่ ๖ นั้นเดิมชื่อถนนประทัดทอง(ต่อมาเพี้ยนเป็นบรรทัดทอง) สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาหลังจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเฉลิมฉลองพระปรมาภิไธยใหม่ได้ทรงเปลี่ยนชื่อถนนเป็นที่ระลึกดังนี้ ถนนปทุมวันเปลี่ยนเป็นถนนพระรามที่ ๑ ถนนหัวลำโพงนอกเปลี่ยนเป็นถนนพระรามที่ ๔ ถนนฮกเปลี่ยนเป็นถนนพระรามที่ ๕ และถนนประทัดทองเป็นถนนพระรามที่ ๖(เชื่อมจากถนนพระรามที่ ๑ไปยังสะพานพระรามที่ ๖)
 
จากประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๙จะพบว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับนาม “รามาธิบดี” มาก ดังนี้ “...ในพระบรมราชวงศ์มหาจักรีนี้ จำเดิมแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้เสวยราชสมบัติเป็นประถมบรมกษัตริย์ในพระบรมราชวงษ์นี้แล้ว ต่อแต่นั้นมาก็ได้สืบสันตติวงศ์โดยตรงลงมาจนปัตยุบันนี้หาได้มีการยักเยื้องผันแปรอย่างใดไม่ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 2 และที่ 3 ก็ได้ทรงพระนามสมเด็จพระรามาธิบดีต่อเนื่องกันมา พึ่งมาเปลี่ยนพระราชประเพณีใช้คำอื่นนำพระนามเมื่อในรัชกาลที่ 4 อาไศรยเหตุนี้ จึงควรเฉลิมพระปรมาภิไธยให้ทรงพระนามสมเด็จพระรามาธิบดีทุกรัชกาลด้วย...”
 
ทำให้พระองค์ทรงเปลี่ยนพระปรมาภิไธยจาก “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ...พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” เถลิงพระปรมาภิไธยใหม่เป็น“พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหวชิราวุธ...พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว”(โดยคงสร้อยท้ายเดิมไว้) หรือ “พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๖”(Rama VI)ทรงเปลี่ยนพระปรมาภิไธยย่อจาก “ว.ป.ร.” เป็น “ร.ร.๖” เพราะฉะนั้นถนนพระรามที่ ๖ จึงเปรียบเป็นถนนของพระองค์นั่นเองครั้นการที่จะตั้งนามโรงพยาบาลแห่งใหม่ตามพระนามของพระรามที่ ๖ หรือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นก็จะไปพ้องกับนามโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าที่ใช้บริเวณของพระราชวังพญาไท อาจารย์สมพลจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้เลือกพระราชทานนาม “รามาธิบดี” อันเป็นพระปรมาภิไธยที่ทรงเฉลิมขึ้นมาใหม่แทน
 
270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์: 0-2201-0562, 0-2201-0564 โทรสาร: 0-2354-7268 อีเมล์: ramamuseum@gmail.com