นอนอย่างไรที่เรียกว่าดี

 

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของเราคือการนอน ซึ่งถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด และมีผลอย่างมากต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันของเรา โดยการนอนแบ่งออกเป็น 2 วงจร ซึ่งจะเกิดขึ้นสลับกันไปในแต่ละคืน

  1. Non-Rem Sleep คือ ช่วงของการหลับตื้นไปจนถึงหลับลึก
  2. Rem Sleep คือวงจรที่กล้ามเนื้อต่างๆ หยุดทำงานหมดยกเว้น หัวใจ กระบังลม กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อเรียบ ซึ่งเป็นช่วงที่ฝันเป็นเรื่องเป็นราว โดยการนอนแบบนี้จะเกิดขึ้นในช่วงหลังของการนอนเป็นเหตุให้ฝันบ่อยๆในช่วงเช้ามืด

โดยการนอนที่ดีนั้นจะต้องมีทั้ง 2 ช่วง สลับกันไปในแต่ละคืน นอกจากนี้เรามักจะได้ยินคำถามที่ว่า ต้องนอนมากแค่ไหนถึงจะเรียกว่า “นอนอย่างเต็มที่” ซึ่งจริงๆแล้วในส่วนของเวลาการนอนนั้นไม่มีคำตอบเป็นข้อมูลที่ชัดเจน สิ่งที่หลายๆคนรู้มาจากตามเว็บไซต์หรือจากแหล่งอื่นๆ คือ ค่าเฉลี่ย ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้บางคนอาจนอนเพียงแค่ 5 ชั่วโมง ในขณะที่บางคนอาจใช้เวลานอนถึง 10 ชั่วโมง จึงจะรู้สึกสดชื่น สิ่งที่เป็นตัววัดว่าเรานอนอย่างเต็มที่หรือไม่นั้นคือการที่เราตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายคนที่มักจะมีปัญหาการนอนไม่หลับหรือมีอาการสะดุ้งตื่นกลางดึก ซึ่งอาจเกิดจากการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคซึมเศร้า หรืออาจมีการใช้แอลกอฮอล์ สารเสพติดบางชนิด ส่งผลให้การนอนไม่ราบเรียบอย่างที่ควร

อาการเหล่านี้สามารถรักษาได้แต่ต้องตรวจสอบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เช่น คนไข้บางรายนอนกรนมากผิดปกติส่งผลให้นอนไม่หลับ ต้องรักษาโดยการใส่เครื่องช่วยหายใจระหว่างการนอนเพื่อให้นอนหลับได้สนิทมากขึ้น หรือหากเกิดจากการใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ก็ควรจะเลิกใช้ นอกจากนี้การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การจัดตารางการนอนให้เหมาะสม และงดดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้นอนหลับสนิทมากยิ่งขึ้น

sleep-good

ขอขอบคุณข้อมูลจาก รายการ พบหมอรามา วันที่ 25 พฤษภาคม 2558
อ.พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิด