เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” ต้องดูแลอย่างไร?

โรคภูมิแพ้ เป็นโรคที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบ ซึ่งส่งผลเสียหลายด้าน โดยโรคภูมิแพ้มีหลายชนิดด้วยกัน และมีสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการแตกต่างกันออกไป ในเด็กที่เป็นภูมิแพ้ควรได้รับการเฝ้าสังเกตอาการจากผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด เพื่อแยกชนิดของภูมิแพ้ให้ถูกต้อง ทั้งนี้เมื่อทราบว่าเด็กแพ้สิ่งไหน ผู้ปกครองควรให้เด็กหลีกเลี่ยงจากสิ่งเหล่านั้นเพื่อป้องกันอาการแพ้กำเริบ

โรคภูมิแพ้คืออะไร

โรคภูมิแพ้ เกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งระคายเคือง ทำให้แสดงอาการต่าง ๆ ตามชนิดของภูมิแพ้ โดยในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก มีควันพิษและของเสียเกิดขึ้นมากมาย ทำให้มีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังพบว่าภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังอันดับ 3 ที่ทำให้เด็กวัยเรียนต้องขาดเรียนอีกด้วย

ชนิดของโรคภูมิแพ้

แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

  • โรคหวัดจากภูมิแพ้
  • โรคหืด
  • โรคแพ้อาหาร
  • โรคผื่นแพ้ทางผิวหนัง

โดยแต่ละโรคมีอุบัติการเกิดขึ้นตามอายุที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ โรคแพ้อาหารและผื่นผิวหนัง ส่วนใหญ่เกิดในเด็กอายุ 1 ปี ส่วนการแพ้นั้นอาการมักแพ้พวกนมอาจกินแล้วมีเสียงดังครืดคราดในปอดเนื่องจากจะผลิตเสมหะเพิ่มมากขึ้น และผื่นแพ้ทางผิวหนัง อาจมีผื่นขึ้นตามตัว ข้อพับ ในร่มผ้า และมีอาการคัน

โรคหืดมักเกิดในเด็กอายุ 3-7 ปี แสดงอาการเมื่อเด็กไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีควันพิษหรือของเสีย แต่อาการจะดีขึ้นตอนโต ส่วนโรคหวัดจากภูมิแพ้ พบในเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ส่วนมากจะมีอาการเมื่อเจอฝุ่นหรืออากาศเย็น มักมีน้ำมูกใสไหลตลอดเวลา โดยเป็นทุกชนิดของโรคภูมิแพ้ สิ่งที่ป้องกันอาการกำเริบได้ดีที่สุด คือการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ หากปล่อยให้อาการกำเริบบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

สาเหตุของโรคภูมิแพ้

สาเหตุของโรคแบ่งออกเป็น สาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้และหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือพันธุกรรม อากาศที่เปลี่ยนแปลง
  • หลีกเลี่ยงได้ คือการที่บุตรไม่ได้กินนมแม่ การให้เด็กเริ่มกินอาหารเสริมเร็วเกินไป การสัมผัสกับสิ่งที่ระคายเคือง  อาหาร อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง ยาบางชนิด โรคติดเชื้อระบบหายใจ ไม่รักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่

ความสำคัญของนมแม่ต่อโรคภูมิแพ้

นมแม่มีสารต้านภูมิแพ้ จึงช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้ดี ซึ่งควรให้เด็กกินนมในช่วงแรกและให้กินนมแม่ถึงร้อยละ 30 เป็นอย่างต่ำ แต่ปัญหาที่พบคือในประเทศไทยยังให้เด็กกินนมแม่เพียงร้อยละ 3-5 เท่านั้น ทำให้เด็กมีปัญหาในเรื่องของภูมิต้านทาน และบางส่วนพบว่ามีการเริ่มให้เด็กกินอาหารเสริมเร็วเกินไป เช่น ไข่ขาว ซึ่งเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย ส่งผลให้เด็กเป็นภูมิแพ้ ทางที่ดีในช่วง 6 เดือนแรกควรให้เด็กกินนมแม่ไปก่อน แล้วจึงค่อยให้กินอาหารอื่นหลังจากนั้น

วิธีการสังเกต

สำคัญที่สุดสำหรับโรคภูมิแพ้ คือการสังเกตว่าเด็กแพ้อะไร โดยเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องสังเกตลูกของคุณ เพราะแพทย์ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กแพ้อะไร ดังนั้นพ่อแม่ควรเอาใจใส่และคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากลูกมีอาการผิดปกติ เมื่อสัมผัสกับบางอย่าง รวมถึงการกินอาหารและควรจดบันทึกเสมอเพื่อแจ้งกับหมอได้ถูกต้องแม่นยำเมื่อพาลูกไปพบ

วิธีป้องกันอาการภูมิแพ้กำเริบ

หากรู้ว่าเด็กแพ้สิ่งไหน ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ โดยอาการภูมิแพ้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น นอกจากป้องกันโรคกำเริบแล้วยังช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนได้ด้วย

ข้อมูลจากรายการ Rama Square ช่วง Daily expert เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” เราควรดูแลอย่างไร? วันที่ 6 มีนาคม 2560
อ. ดร.เสริมศรี สันตติ อาจารย์พยาบาลผู้เชี่ยวชาญดูแลผู้ป่วยเด็กโรคระบบทางเดินหายใจ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล