Thursday , February 27 2020
Breaking News
Home / เรื่องน่ารู้ คู่สุขภาพ / หมั่นตรวจสุขภาพ…ดูแลร่างกาย ห่างไกล มะเร็งเม็ดเลือดขาว

หมั่นตรวจสุขภาพ…ดูแลร่างกาย ห่างไกล มะเร็งเม็ดเลือดขาว

หมั่นตรวจสุขภาพ…ดูแลร่างกาย ห่างไกล มะเร็งเม็ดเลือดขาว

ใน ร่างกายของคนเรามีเม็ดเลือด ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด แต่เมื่อใดที่ร่างกายมีการสร้างเม็ดเลือดขาวมากผิดปก ติ อาจคาดคะเนได้ว่า “โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว” กำลังมาเยือน

ศ.พญ.แสงสุรีย์ จูฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาและหัวหน้าโครงการเป ลี่ยนถ่าย ไขกระดูก โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายลักษณะของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวให้ฟังว่า สามารถแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ๆ 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลัน และชนิดเรื้อรัง นอกจากนี้มะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้ง 2 ชนิดข้างต้นยังแบ่งออกตามลักษณะของเซลล์ได้เป็น 2 แบบ คือ แบบไมอีลอยด์ (myeloid leukemia) และ แบบลิมฟอยด์ (lymphoid leukemia) ซึ่งในปัจจุบันพบ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังมีจำนวนเพิ ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพบแบบไมอีลอยด์มากกว่าแบบลิมฟอยด์

“สาเหตุของมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบไมอีลอยด ์ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่การฉายรังสีเป็นปัจจัยเดียวที่ยืนยันได้ว่าอาจทำใ ห้มีความเสี่ยงต่อการ เกิดโรคนี้เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยที่เคยได้รับการฉายรังสีเพื่อการรัก ษาโรคข้อบางชนิดและผู้ ที่รอดชีวิตจากการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนาง าซากิที่ได้รับสาร กัมมันตรังสี พบว่า มีอัตราการเกิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบ ไมอีลอยด์สูงกว่าคนทั่ว ไปหลายเท่า”

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวส่วนใหญ่จะพบในอายุระหว่าง 15-50 ปี อายุเฉลี่ยในต่างประเทศประมาณ 39-48 ปี แต่ในประเทศไทยจากการศึกษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีพบว่ า อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยอยู่ระหว่าง 36-38 ปี ร้อยละ 89 ของผู้ป่วยในประเทศไทยจะมีอายุต่ำกว่า 50 ปี พบในผู้ชายบ่อยกว่าผู้หญิงเล็กน้อย บางรายไม่มีอาการอะไรแต่ทราบว่าเป็นโรคนี้โดยบังเอิญ อาจจะไปตรวจร่างกายประจำปีแล้วตรวจพบว่าเป็นโรคนี้ หรือไม่สบายเป็นอย่างอื่น ไปพบแพทย์แล้วตรวจพบว่าเป็นโรคนี้ นอกจากนั้น อาจจะมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ผอมลง ทานอาหารแล้วแน่นท้องหรือคลำพบก้อนเนื้อในท้อง ผู้ป่วยชายบางรายอาจพบแพทย์ด้วยอาการอวัยวะเพศแข็งตั วไม่ยอมหด รวมทั้งตรวจเลือดพบว่าเป็นโรคนี้ ประมาณร้อยละ 80-90 ของผู้ป่วยมีม้ามโต คลำได้ชัดเจน ขนาดของม้ามขึ้นอยู่กับระยะเวลาของโรคยิ่งเป็นมานานม ้ามยิ่งโต

ผู้ป่วยโรคนี้มีความผิดปกติทางเลือดที่พบจำเพาะโรคนี ้คือ บางส่วนของแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 9 ถูกย้ายไปอยู่บนแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 22 และบางส่วนของแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 22 ถูกย้าย ไปอยู่บนแขนยาวของโครโม โซมคู่ที่ 9 สลับที่กัน โดยเรียกโครโมโซมคู่ที่ 22 ที่มีส่วนของคู่ที่ 9 อยู่ด้วยว่า ฟิลาเดลเฟียโครโมโซม ซึ่งพบฟิลาเดลเฟียโครโมโซมในผู้ป่วยโรคนี้ประ มาณร้อยละ 95

สำหรับความผิดปกติ ทางเลือดที่ตรวจพบ คือ ผู้ป่วยจะมีโลหิตจางเล็กน้อยถึงปาน กลาง เม็ดเลือดขาวจะสูงกว่าปกติ โดย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมานานเท่าไรแล้ว ม้ามโตมากเท่าไร ยิ่งเป็นมานาน ม้ามโตมาก เม็ดเลือดขาวจะยิ่งสูงมาก บางรายสูงถึง 4-5 แสน ต่อ ลบ.ซม. โดยคนปกติจะมีเม็ดเลือดขาวประมาณ 5,000-10,000 ต่อ ลบ.ซม. ส่วนจำนวนเกล็ดเลือดมักปกติหรือสูงกว่าปกติ มีบางรายที่อาจมีเกล็ดเลือดต่ำได้

ผู้ป่วยจะมีอยู่ 3 ระยะด้วยกัน คือ ระยะเรื้อรัง ส่วนใหญ่ตอนที่มาพบแพทย์ครั้งแรก มักจะอยู่ในระยะนี้เมื่อได้รับการรักษาแล้ว ผู้ป่วยมักเข้าสู่ระยะที่โรคสงบ ตับ ม้ามมักจะยุบหมด เม็ดเลือดกลับมาปกติ ผู้ป่วยมักจะมีชีวิตอยู่ประมาณ 3-5 ปี จากนั้นจะเข้าสู่อีกระยะหนึ่ง

ต่อมาเป็น ระยะลุกลาม เมื่อรักษาไปสักระยะหนึ่งผู้ป่วยบางคนเข้าสู่ระยะลุก ลามทำให้เริ่มไม่ได้ผล จากการรักษา เริ่มมีอาการซีด อาจต้องให้เลือดหรือส่วนประกอบของเลือด บางรายเกล็ดเลือดต่ำ ถ้าต่ำมากก็อาจทำให้มีจุดเลือดออกตามตัว หรือเลือดออกตามไรฟันได้ เม็ดเลือดขาวสูงขึ้น ม้ามเริ่มโตขึ้นทำให้แน่นท้องมากขึ้น

สุดท้าย คือ ระยะเฉียบพลัน ถือว่าเป็นระยะสุดท้ายของโรค มีอาการคล้ายๆ กับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันคื อ มีไข้ ซีดมาก เพลีย มีอาการเลือดออกง่ายหรือ มีจุดเลือดออกตามตัว หรือแขน ขา เลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น ระยะนี้ถือว่าเป็นระยะสุดท้ายของโรค การรักษาส่วนใหญ่มักไม่ได้ผลดี

ด้านทางการรักษา ทำได้โดยยาเคมีบำบัด ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเคมีบำบัดชนิดรับประทานยา ที่มีใช้กันแพร่หลาย คือ บูซัลแฟน (Busulfan) และไฮดรอกซียูเรีย (Hydroxyurea) ยาทั้ง 2 ตัวสามารถจะควบคุมให้จำนวนเม็ดเลือดขาวที่สูงในโรคนี ้ ลงมาอยู่ในระดับปกติได้ถือว่าอยู่ในระยะโรคสงบ แต่ถึงแม้ว่าเม็ดเลือดขาวจะกลับมาปกติ โลหิตจางหายไปได้ แต่ตัวฟิลาเดลเฟียโครโมโซมก็ยังมีอยู่ ดังนั้นจึงหมายความว่าโรคยังอยู่ไม่ได้หายขาดจากโรค และการให้เคมีบำบัดชนิดต่างๆ ก็ไม่สามารถจะทำให้จำนวนฟิลาเดลเฟียโครโมโซมหายไปได้ เคมีบำบัดเหล่านี้จึงเป็นเพียงยาที่ควบคุมให้โรคสงบล งเท่านั้น แต่ไม่ได้รักษาให้หายขาดได้ รวมทั้งการใช้ยาฉีดอินเทอร์เฟียรอน (interferon) เป็นยาฉีดที่ราคาค่อนข้างสูง ต้องฉีดทุกวันและมีผลข้างเคียงของยามาก เช่น เพลีย เป็นไข้สูง ปวดเมื่อยคล้ายๆ เป็นไข้หวัดใหญ่ คนไข้ไทยไม่ค่อยตอบสนองกับยาเท่าที่ควรมีเพียง 18 เปอร์เซ็นต์ที่ได้ผล

“การปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นอีกวิธีหนึ่งในการรักษา ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยมีข้อจำกัดอยู่ว่า ผู้ป่วยที่จะทำการปลูกถ่ายไขกระดูกได้จะต้องมีอายุไม ่เกิน 55 ปี เพราะร่างกายจะทนการใช้ยาเคมีบำบัดไม่ไหวและมีปัญหาแ ทรกซ้อนจากการปลูกถ่าย ไขกระดูกมากกว่าคนที่อายุยังน้อย รวมทั้งต้องมีพี่น้องพ่อแม่เดียวกันที่มีเนื้อเยื่อเ ข้ากันได้ โดยดูจากการตรวจ เอช แอล เอ ว่าเข้ากันได้หรือไม่ โดยพี่น้องพ่อแม่เดียวกันมีโอกาสที่จะมี เอช แอล เอ เหมือนกันประมาณร้อยละ 25 ทำให้มีผู้ป่วยเพียงร้อยละ 15-20 เท่านั้นที่ทำได้ นอกจากนี้ การทำการ ปลูกถ่ายไขกระดูกภายใน 1 ปีแรกหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้จะได้ผลดีกว ่าการทำการปลูกถ่ายไข กระดูกหลังจากวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้เกิน 1 ปีไปแล้ว ตลอดจนมีค่าใช้จ่ายสูง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง มีการต่อต้านกันในร่างกายระหว่างช่วงการเปลี่ยนถ่ายไ ขกระดูกได้ด้วยเช่น กัน”

หลังจากมีการศึกษาวิจัยพบว่า ยาที่ มีชื่อว่า ทาร์เก็ต เธอร์ราปี เป็นยาที่ส่งผลเฉพาะจุด ทำลายเฉพาะส่วนที่เป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ที่ได้ผลดี โดย 85 เปอร์เซ็นต์ ของคนไข้ที่กินยาตัวนี้ตรวจไม่พบฟิลาเดลเฟียหรือพบฟิ ลาเดลเฟียเหลือศูนย์ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี

ศ.พญ.แสงสุรีย์ แนะ นำเพิ่มเติมว่า ” เคล็ดลับการป้องกันโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรั ง คือ หมั่นตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดเพื่อดูความผิดปกติ ของเม็ดเลือดเป็นประจำ ทุกปีอย่างสม่ำเสมอ ด้วยวิธี ซีบีซี เป็นประจำทุกปี เพราะยิ่งตรวจพบเร็ว ได้รับการรักษาเร็วก็จะยิ่งทำให้อัตราการรอดชีวิตสูง ขึ้น”

หมั่นตรวจเช็กร่างกายเป็นประจำ…เพื่อการมีชีวิตที่ ยืนยาวต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก ศ.พญ.แสงสุรีย์ จูฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาและหัวหน้าโครงการเป ลี่ยนถ่าย ไขกระดูก โรงพยาบาลรามาธิบดี

About admin

Check Also

13576813_1756110354605191_2265385601167588811_o

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค…

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค… กระแสในโลกออนไลน์ของการตรวจเลือด 1 หยดรู้ทุกโรค หรือตรวจหาสารโลหะหนักในร่างกายด้วยการส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์เรียกได้ว่า มาแรงมากๆ แต่มันสามารถทำแล้วตรวจหาโรคสารพัดได้จริงๆ หรือ? หลายคนต่างพากันสงสัย วันนี้ อ.นพ.ศักดา อาจองค์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Free mockups