Saturday , December 7 2019
Breaking News
Home / เรื่องน่ารู้ คู่สุขภาพ / สมุนไพรกับการรักษาฝ้า

สมุนไพรกับการรักษาฝ้า

สมุนไพรกับการรักษาฝ้า

“ในทางการแพทย์ยาที่ใช้หลายอย่างก็มาจากพืช แต่ในทางการแพทย์ได้คัดกรองตัวที่เป็นสารออกฤทธิ์ออกมา คือทำการศึกษาจนทราบได้ว่าสารตัวนี้แหละ (สารบริสุทธิ์) ที่ออกฤทธิ์ แล้วเราก็คัดกรอง ออกมาใช้ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพและการรักษาจะเชื่อถือได้มากกว่า

สมุนไพรต่างๆ ที่บอกว่ารักษาฝ้าได้ น่าจะเป็นความจริง แต่สัดส่วนที่ได้ผลไม่น่าจะสูงกว่าร้อยละ ๒๐-๓๐ แต่สารเคมีที่นำมาทำเป็นยาแล้วประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยละ ๕๐-๗๐ เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้สมุนไพร และถามว่าจะเป็นอันตรายอะไรไหม ก็ต้องใช้วิจารณญาณด้วย ถ้าหากสมุนไพรนั้นมีลักษณะเป็นใบไม้ ดอก รากไม้ น่าจะปลอดภัยกว่าที่เป็นสารสกัดออกมาเป็นเม็ดและสรรพคุณของพืชนั้นๆ ถ้าคิดว่าเกินจริงหรือเหลือเชื่อ ก็อาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เช่น ที่โฆษณาว่าสามารถรักษาฝ้าให้หายขาด มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก

ส่วนสมุนไพรบางอย่าง เช่น ชะเอมเทศ ใบหม่อน หรือพวกขมิ้น ส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารอนุมูลอิสระจะเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังและกระตุ้นการสร้างเมลานิน เพราะฉะนั้นการใช้สมุนไพรกลุ่มนี้อาจจะช่วยได้ระดับหนึ่ง

การที่คนทั่วไปจะซื้อครีมทาฝ้ามารักษาเอง กรณีนี้ถ้าผู้ใช้พิจารณา ดูแล้วว่าราคาไม่แพงมาก และไม่โฆษณาเกินจริงก็อาจจะลองใช้ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องประเมินตัวเองด้วย เช่น ถ้าใช้ไป ๒-๓ เดือนแล้วไม่ดีขึ้นก็ควรจะหยุด และอยากแนะนำว่าให้ใช้ในรูปของยาทาจะปลอดภัยกว่ายากิน ซึ่งอาจมีผลกับตับหรือไตได้

ส่วนใหญ่พอพูดว่าสมุนไพร คนจะคิดว่าไม่มีอันตราย แล้วคิดว่ายาคือสารเคมี แต่สมุนไพรไม่ใช่ จริงๆ แล้วสมุนไพรก็คือสารเคมี และพืชเองก็ทำให้เกิดผื่นแพ้และระคายเคืองได้เช่นกัน

ข้อควรระวังคือ การรักษาตัวเองแล้วเกิดผื่นแพ้ ในปัจจุบันผิวหนังบริเวณนั้นจะคล้ำขึ้น ซึ่งถ้าทิ้งไว้นานก็อาจจะรักษายาก และทำให้ปัญหายิ่งซับซ้อนขึ้น ในปัจจุบันเครื่องสำอางต่างๆ จะมีคำว่าไวเทนนิ่งอยู่ เสมอ อยากเรียนว่าอย่าหลงไปเป็นเหยื่อโฆษณาที่กล่าวอ้างสรรพคุณว่าทำให้หน้าขาวใส ลดริ้วรอยอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะสารที่มีฤทธิ์ทำให้ผิวขาวส่วนใหญ่จะถูกควบคุม เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นยาคือเกิด การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง เช่น สารไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ หรือสารคอร์ติโคสตีรอยด์ เป็นต้น อาจจะมีสารบางกลุ่มที่มีฤทธิ์อ่อน เช่น retinol, arbutin, licorice หรือเอเอชเอ ในความเข้มข้นต่ำที่ อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางได้ ดังนั้น โอกาสที่จะได้ผลน่าจะต่ำกว่าการใช้ยาจากแพทย์ผิวหนังที่มีความรู้ที่ถูกต้อง

และสำหรับราคาของเครื่องสำอางไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเครื่องสำอางราคาแพงจะมีประสิทธิภาพดีกว่าเสมอไป”

ขอบคุณข้อมูลจาก รศ.พญ.ณัฏฐา รัชตะนาวิน/หน่วยโรคผิวหนัง โรงพยาบาลรามาธิบดี

About admin

Check Also

13576813_1756110354605191_2265385601167588811_o

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค…

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค… กระแสในโลกออนไลน์ของการตรวจเลือด 1 หยดรู้ทุกโรค หรือตรวจหาสารโลหะหนักในร่างกายด้วยการส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์เรียกได้ว่า มาแรงมากๆ แต่มันสามารถทำแล้วตรวจหาโรคสารพัดได้จริงๆ หรือ? หลายคนต่างพากันสงสัย วันนี้ อ.นพ.ศักดา อาจองค์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Free mockups