Monday , January 20 2020
Breaking News
Home / เรื่องน่ารู้ คู่สุขภาพ / รวมฮิตปัญหาการนอนคนยุคใหม่

รวมฮิตปัญหาการนอนคนยุคใหม่

รวมฮิตปัญหาการนอนคนยุคใหม่


การนอนที่มีคุณภาพจึงเท่ากับเป็นการใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตที่คุ้มค่าทว่าคนจำนวนไม่น้อยกลับมีปัญหาเกี่ยวกับการนอน จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ฉะนั้นการใช้ชีวิตและการทำความเข้าใจธรรมชาติของการนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการป้องกันไม่ให้กิจวัตรที่แสนธรรมดากลายร่างเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิต

1.การนอน เรื่องสำคัญของคนทุกวัย

แพทย์หญิงวิสาข์สิริ ตันตระกูล หน่วยโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤติ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวว่า

“การนอนมีความสำคัญต่อมนุษย์มากไม่เช่นนั้นร่างกายจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีการหยุดพัก นอกจากนี้การนอนหลับยังเป็นการผ่อนคลายสมองอย่างแท้จริง เพราะการนอนหลับเป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นที่สมองเป็นอันดับแรก”
อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูชีวจิต กล่าวถึงความสำคัญของการนอนในหนังสือ ชีวจิต การใช้ชีวิตอย่างเข้าใจธรรมชาติว่าการนอนหลับคือ การระบายท็อกซินออกจากสมอง

“การทำงานของสมองไม่เหมือนการทำงานของร่างกายส่วนอื่นๆ ในระหว่างที่เราตื่นเซลล์สมองติดต่อกันเองไม่ได้ต้องผ่านตัวกลางหรือ Neurotransmitter
“โดยเหคุที่มีรั้วกั้น แต่ละเซลล์ของสมองไม่มีโอกาสเคลียร์ตัวเอง จะมีโอกาสก็ต่อเมื่อนอนหลับและตัวกลางเริ่มผ่อนคลาย การระบายท็อกซินจึเริ่มทำได้ โดยเหตุนี้เมื่อเรานอนหลับสนิท สมองได้พักผ่อน ท็อกซินได้ระบายออก เมื่อตื่นขึ้นมา สมองจึงแจ่มใสและสดชื่น”

นอกจากเป็นการผ่อนคลายสมองโดยตรงแล้ว การนอนยังมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกายด้านอื่นอีกมากมาย อาทิ ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมอวัยวะทุกระบบ ลดการใช้พลังงานของร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และจดจำ เพราะขณะหลับ สมองจะเรียบเรียงข้อมูลที่ได้รับในช่วงกลางวันไปประมวลเป็นความจำระยะยาว

นอกจากมีความสำคัญต่อร่างกายมากมายเกินนึกถึงแล้ว การนอนหลับยังมีความซับซ้อนที่น่าสนใจอีกมากมายค่ะ

2.วงจรมหัศจรรย์ของการนอน

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมตกกลางคืนเราจึงง่วงนอน ต้องเข้านอนและตื่นขึ้นยามเช้าพร้อมความสดชื่น วงจรนี้วนเวียนอยู่กับชีวิตเราทุกวัน โดยไม่สามารถบังคับได้ สาเหตุเป็นเพราะสมองมีกลไกวิเศษควบคุมวงจรนี้อยู่ค่ะ
คุณหมอวิสาข์สิริ กล่าวว่า

“การตื่น การง่วง และการนอนของมนุษย์เกิดจากการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์สมองที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะทุกส่วนให้เหมาะสมตามเวลา เช่น ในตอนกลางคืนระบบนาฬิกาชีวภาพจะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารที่ทำให้รู้สึกง่วงนอน เมื่อฟ้าเริ่มสว่างระบบนาฬิกาชีวภาพก็จะกระตุ้นให้สมองหยุดหลั่งสารที่ทำให้ง่วงนอน และกระตุ้นให้ร่างกายตื่น นอกจากนี้ระบบนาฬิกาชีวภาพยังทำงานร่วมกับระบบสมดุลของการนอน(Sleep Homeostasis) ซึ่งทำหน้าที่รักษาสมดุลระหว่างการตื่นและการนอนหลับให้พอดี โดยมีหลักการว่า ยิ่งเราตื่นนานเท่าไร สมองก็จะยิ่งหลั่งสารอะดีโนซิน (adenosine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ง่วงนอนมากขึ้นเท่านั้น”

แทบไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะว่ากิจวัตรที่แสนธรรมดาจะมีกลไกที่ซับซ้อนไม่ต่างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เลย

3.ยานอนหลับ ตัวช่วยการนอนแสนอันตราย

“การนอนไม่หลับเป็นปัญหาจนบางครั้งต้องไปหาหมอ เพราะนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน คุณหมอก็จัดยานอนหลับมาให้ ไม่ทราบว่าการกินยานอนหลับจะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง” คำถามจากคุณสุรีย์วิภา มงคล

แพทย์หญิงเรขา กลลดาเรืองไกร จิตแพทย์ แผนกประกันสังคม โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อธิบายว่า “ยานอนหลับไม่ได้รักษาอาการนอนไม่หลับ เพียงแค่ทำให้อาการทุเลาลงเท่านั้น การใช้ยานอนหลับบางชนิดเป็นเวลานานหรือในผู้สูงอายุที่ร่างกายไม่แข็งแรง อาจทำให้มียาสะสมในร่างกาย เป็นสาเหตุของอาการง่วงนอนหรือมึนงงหลังตื่นนอน

“นอกจากนี้ยานอนหลับบางชนิดยังออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้ศูนย์ควบคุมการหายใจถูกกดไปด้วย ผู้ป่วยโรคปอดและผู้ที่นอนกรนจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับประเภทนี้เพราะอาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจได้
“ส่วนในกรณีที่ใช้ยานอนหลับต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น การดื้อยา ติดยา และความจำเสื่อม ผู้ที่กินยานอนหลับจึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด”

ไม่อยากสุขภาพเสียเพราะยานอนหลับ ชีวจิตขอแนะนำให้คลายเครียดก่อนนอน กินอาหารมีประโยชน์ และออกกำลังกาย รับรองนอนหลับดีปลอดภัยร้อยเปอร์เซนต์ค่ะ

4.การนอนสะดุดเมื่อตื่นกลางดึก

สิ่งที่หลายคนกลัวมากกว่าการข่มตาให้หลับคือ การตื่นขึ้นกลางดึกแล้วไม่สามารถนอนหลับต่อได้ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียในวันรุ่งขึ้น
คุณมนทกานต์ ตั้งสง่า ผู้เข้าร่วมคอร์สชีวจิตครั้งที่ 62 เล่าว่า
“ปกติจะเข้านอนประมาณห้าทุ่ม พอช่วงตีสามก็จะตื่นขึ้นมา กว่าจะข่มตาหลับอีกครั้งได้ก็นาน บางครั้งไม่หลับเลยจนถึงเช้า ทำให้รู้สึกเพลียเหมือนตัวเองนอนไม่พอทุกครั้ง”

คุณหมอวิสาข์สิริจึงเล่าว่า“ปัญหาการนอนไม่หลับหลังตื่นกลางดึก เป็นหนึ่งในภาวะการนอนไม่หลับ ซึ่งแบ่งออกได้สามประเภทคือ การนอนไม่หลับช่วงต้น (Innitiation Insomnia) คือการใช้เวลานอนนานเกินครึ่งชั่วโมงก่อนหลับ การนอนไม่หลับช่วงกลาง (Maintenance Insomnia) คือการตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆแล้วหลับต่อไม่ได้

“สุดท้ายคือการตื่นเช้าเกินไป (Early Morning Awakening) เป็นการตื่นนอนก่อนเวลาที่ต้องการ”

ทั้งนี้คนเราอาจมีปัญหาการนอนไม่หลับเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่งหรือหลายช่วงรวมกัน ในกรณีคุณมนทกานต์ถือได้ว่ามีอาการนอนไม่หลับช่วงกลาง

5.นอนหลับโดยไม่รู้ตัวอันตรายไหม

ขณะที่หลายคนค้นหาวิธีทำให้นอนหลับ คนอีกกลุ่มกลับประสบปัญหานอนหลับโดยไม่รู้ตัวดังเช่น คุณญาดา (สงวนนามสกุล) สาวออฟฟิศวัย 28 ปีเล่าว่า
“ช่วงนี้ต้องรีบทำงานส่งให้ทันจึงทำงานที่ออฟฟิศจนดึก และเผลอหลับที่โต๊ะทำงานมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเช้าแล้ว ตอนนี้เป็นกังวลมากเพราะมีอาการบ่อยขึ้น กลัวว่าร่างกายจะผิดปกติ”

คุณหมอเรขาอธิบายว่า “การนอนหลับโดยไม่รู้ตัวขณะทำกิจกรรมต่างๆ พบได้บ่อยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่คือ หลับคาโต๊ะทำงาน หลับขณะอ่านหนังสือหรือโทรศัพท์ เรียกโดยรวมว่า ‘การหลับใน’ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายอยู่ในสภาวะไม่ปกติ

“สาเหตุของการหลับในเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กินยานอนหลับ ยาแก้ภูมิแพ้ ดื่มแอลกฮอล์ ร่างกายเหนื่อยล้า ความเครียด ยังทำกิจกรรมอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องนอน คือ 24.00 น.-07.00 น. และช่วงบ่ายหลังอาหาร นอกจากนี้อาจเกิดจากการอดนอนเป็นเวลานานหรือนอนไม่พอคือ นอนน้อยกว่าสองชั่วโมงในวันก่อนหน้า ทำให้เกิดหนี้การนอน (Sleep Dept) ซึ่งร่างกายจะมีการทวงหนี้เป็นพักๆ เริ่มจากทำให้สมรรถภาพสมองต่ำลงและทำงานช้าลง วูบหลับช่วงสั้นๆ และหลับในในที่สุด”

จัดสรรเวลาทำงานและพักผ่อนให้สมดุล คือ หนทางป้องกันการหลับโดยไม่รู้ตัวและอันตรายจากการหลับในได้ค่ะ

6.ทำไมวัยรุ่นนอนดึกตื่นสาย แต่คุณยายตื่นเช้านอนหัวค่ำ

เชื่อว่าพฤติกรรมการนอนหลับที่สวนทางกันของคนสองวัย อาจทำให้ใครหลายคนสงสัยว่ามีสาเหตุจากอะไร คุณหมอเรขาไขข้อข้องใจว่า

“พฤติกรรมการนอนดึกตื่นสายของวัยรุ่นที่ทำติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้นาฬิกาชีวิตในร่างกายเปลี่ยนไป คือ จากเดิมที่มีรอบการเดินสอดคล้องกับธรรมชาติ กลายเป็นมีรอบการเดินตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้มีปัญหาในการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคม ฉะนั้นจึงควรปรับพฤติกรรมเพื่อให้นาฬิกาชีวิตเดินสอดคล้องกับธรรมชาติ ส่วนในผู้สูงอายุที่มักนอนเร็วตื่นเช้า และงีบหลับตอนกลางวัน สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของนาฬิกาชีวิต ทำให้มีรอบการเดินของนาฬิกาชีวิตน้อยลง (Circadian oscillation) เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของสมองและระบบเผาผลาญในวัยชรา รวมทั้งการใช้ชีวิตที่อยู่แต่ในบ้าน ไม่ค่อยได้เจอแสงแดด และไม่ออกกำลังกาย”

รู้ถึงสาเหตุแล้ววัยรุ่นต้องรีบเปลี่ยนพฤติกรรมกันสายเกินแก้ ส่วนคุณยายต้องเอาชนะความเสื่อมด้วยการใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้นกว่าเดิมค่ะ

7.นอนกลางวันดีไหม

“ง่วงนอนตอนบ่ายเป็นประจำจนต้องงีบระหว่างวัน ไม่ทราบว่ามีผลเสียต่อร่างกายไหม” คำถามจากคุณรุ้งลดา (สงวนนามสกุล)

คุณหมอวิสาข์สิริเฉลยปัญหานี้ว่า “ปกติการนอนหลับช่วงกลางวันหรืองีบสั้นๆไม่เกินครึ่งชั่วโมงในคนที่ไม่มีปัญหาการนอนจะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่หากนอนเกินหนึ่งชั่วโมงจะทำให้เกิดความเฉื่อย และส่งผลต่อระบบสมดุลการนอนหลับ ทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน”

ไม่อยากง่วงเหงาหาวนอนระหว่างวันต้องนอนหลับตอนกลางคืนให้เพียงพอและไม่กินอาหารรสหวาน รับรองได้ผลชะงัดค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก แพทย์หญิงวิสาข์สิริ ตันตระกูล หน่วยโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤติ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูชีวจิต และแพทย์หญิงเรขา กลลดาเรืองไกร จิตแพทย์ แผนกประกันสังคม โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท

About admin

Check Also

13576813_1756110354605191_2265385601167588811_o

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค…

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค… กระแสในโลกออนไลน์ของการตรวจเลือด 1 หยดรู้ทุกโรค หรือตรวจหาสารโลหะหนักในร่างกายด้วยการส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์เรียกได้ว่า มาแรงมากๆ แต่มันสามารถทำแล้วตรวจหาโรคสารพัดได้จริงๆ หรือ? หลายคนต่างพากันสงสัย วันนี้ อ.นพ.ศักดา อาจองค์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Free mockups