Monday , September 16 2019
Breaking News
Home / เรื่องน่ารู้ คู่สุขภาพ / น้ำส้มปรุงแต่ง ทานหรือไม่ทานดีกว่ากัน?

น้ำส้มปรุงแต่ง ทานหรือไม่ทานดีกว่ากัน?

น้ำส้มปรุงแต่ง ทานหรือไม่ทานดีกว่ากัน?

“น้ำส้ม” มีหลากหลายรูปแบบมากมายในท้องตลาด แต่ละยี่ห้อ แต่ละขวด ก็จะมีสูตรการปรุงที่แตกต่างกันไป หากจะให้แบ่งประเภทของน้ำส้มก็คงจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. น้ำส้มคั้นสดจากส้มธรรมชาติ ซึ่งก็อาจจะมีการปรุงแต่งได้เหมือนกันเพื่อให้ได้รสชาติที่คงที่สม่ำเสมอ แต่ก็ยังถือว่าเป็นน้ำส้มแท้จากธรรมชาติ

2. น้ำส้มปรุงแต่ง คือ น้ำส้มที่ได้มาจากหัวน้ำส้มแล้วผสมกับน้ำเปล่า ซึ่งหัวน้ำส้มส่วนใหญ่จะทำมาจากน้ำตาลที่ปรุงแต่งสีและกลิ่นขึ้นมา

เมื่อพูดถึง “ส้ม” คุณค่าทางอาหารหลักคงจะหนีไม่พ้น “น้ำตาล” ที่ถือเป็นแหล่งพลังงานที่เราจะได้เมื่อรับประทานเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นผลส้มสดๆ น้ำส้มคั้นแท้ หรือ น้ำส้มปรุงแต่ง ก็จะได้น้ำตาลเหมือนๆ กันหมด แต่ข้อดีของน้ำส้มจากธรรมชาติ คือ เราจะได้รับวิตามินซี วิตามินเอ เกลือแร่ และแร่ธาตุสังกะสี เพิ่มเติมด้วย ซึ่งปัจจุบันน้ำส้มปรุงแต่งก็สามารถใส่วิตามินเหล่านี้เพิ่มเติมเข้าไปได้แล้วจะมากน้อยก็แล้วแต่ผลิตภัณฑ์ โดยรวมแล้วไม่ว่าจะเป็น ผลส้มสดๆ น้ำส้มคั้นแท้ หรือน้ำส้มปรุงแต่ง ก็จะได้ให้สารอาหารที่ไม่แตกต่างกันมากนัก สิ่งที่แตกต่าง คือ กรรมวิธีในการผลิต ซึ่งหากทำไม่ครบขั้นตอน ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด ก็ส่งผลต่อร่างกายของเราได้เช่นกัน

จากข่าวที่ออกมาเรื่องน้ำส้มปลอม ที่มีการนำหัวน้ำส้มมาผสมน้ำเปล่าและผลิตไม่ได้มาตรฐานออกมาสู่สายตาประชาชนและสร้างความตื่นตระหนกไม่น้อยนั้น นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยข้อมูลว่า โดยหลักการผลิตแล้ว น้ำที่จะนำมาใช้ผลิตน้ำส้มนั้นต้องอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิทและมีการตรวจผ่านคุณภาพน้ำ รวมถึงหัวน้ำส้มก็ต้องผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและบรรจุอย่างถูกวิธี จาก 15 ตัวอย่างน้ำส้ม ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สุ่มนำมาตรวจ พบว่า

– มี 1 ตัวอย่างที่พบว่ามี สารกันเสีย เกินมาตรฐานกำหนด

– มี 4 ตัวอย่างที่พบว่ามี ขัณฑสกร (Saccharin) หรือสารเพิ่มความหวานเกินมาตรฐานกำหนดเล็กน้อย

– มี 9 ตัวอย่างที่พบว่ามี ปริมาณจุลินทรีย์รวมเกินกว่า 60% ซึ่งสะท้อนให้เราเห็นว่ากระบวนการผลิตน้ำส้มนั้นยังไม่ถูกสุขลักษณะ

– มี 2 ตัวอย่างที่พบว่ามี ปริมาณจุลินทรีย์มีผลต่อระบบทางเดินอาหารเพียงเล็กน้อยไม่ก่อให้เกิดโรค อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ส่วนจุลินทรีย์ที่มีผลต่อลำไส้อักเสบอีก 2 ชนิด ยังอยู่ในขั้นตอนการเพาะเชื้อ

เราจะทราบได้อย่างไรว่า น้ำส้มคั้น แบบไหนถึงจะปลอดภัย ต้องขอบอกว่าสังเกตค่อนข้างยาก เพราะค่อนข้างจะคล้ายคลึงกันหมด ถ้าจะให้มั่นใจ 100% ต้องเห็นกระบวนการผลิตหรือเห็นการคั้นสดๆ บางท่านบอกว่าให้สังเกตสี หรือดูเนื้อเยื่อในน้ำส้ม ซึ่งตรงนี้ปัจจุบันไม่ได้สามารถยืนยันได้ เพราะสามารถปรุงแต่งได้หมดแล้ว แม้กระทั่งเยื่อของน้ำส้มก็สามารถใช้เยื่อของถั่วบางชนิดทดแทนได้

อ.นพ.กุลพงษ์ ชัยนาม แนะว่า การทาน ผลส้ม เป็นลูกนั้นดีต่อร่างกายมากกว่าการทานน้ำส้มคั้น เพราะเราจะได้กากใยที่ช่วย ในเรื่องของการขับถ่าย ช่วยให้อิ่มท้อง รวมถึงได้เกลือแร่และวิตามินเต็มๆ อีกทั้งยังได้รับปริมาณน้ำตาลโดยรวมที่น้อยกว่าน้ำส้มคั้น เพราะกว่าเราจะได้น้ำส้มคั้น 1 แก้ว ก็ต้องใช้ส้มถึง 3-4 ลูก การทานน้ำส้มคั้นมากๆ ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้เป็นโรคเบาหวานที่ไม่ควรทานน้ำตาลมากๆ อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายต่างๆ ที่อาจจะมีในน้ำส้มคั้นที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลและคำแนะนำจาก : อ.นพ.กุลพงษ์ ชัยนาม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ที่มา : รายการพบหมอรามา ช่วง Big Story วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 https://youtu.be/5S9fyZnqH6I

About admin

Check Also

13576813_1756110354605191_2265385601167588811_o

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค…

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค… กระแสในโลกออนไลน์ของการตรวจเลือด 1 หยดรู้ทุกโรค หรือตรวจหาสารโลหะหนักในร่างกายด้วยการส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์เรียกได้ว่า มาแรงมากๆ แต่มันสามารถทำแล้วตรวจหาโรคสารพัดได้จริงๆ หรือ? หลายคนต่างพากันสงสัย วันนี้ อ.นพ.ศักดา อาจองค์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Free mockups