You are here

วิธีบังคับตัวเองให้ทำงานสำเร็จ

 
การบังคับตัวเองเป็นเรื่องที่พูดกันมานับเป็นพันๆปี มนุษย์บังคับอะไรๆได้แทบทุกอย่าง แต่บังคับตัวเองไม่ได้ ที่ว่าตัวของตัวเองนั้นหมายถึงใจของตัวเอง ปราชญ์กล่าวว่าผู้ที่บังคับใจตนเอง (ชนะใจ) ได้นับว่าชนะเลิศเพราะจะสามารถบังคับหรือเอาชนะสิ่งอื่นได้ด้วย
 
คนบางคนเพียงแต่จะบังคับตัวเองให้ตื่นเช้าก็ยังทำไม่ได้ นี่เป็นการแพ้ตัวเองอย่างเลวที่สุด มีคนเป็นอันมากที่กำหนดว่าจะทำงานอย่างนั้นๆไว้อย่างใหญ่โต หากได้ลงมือจริงๆก็จะพบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม
แต่เมื่อลงมือทำไปสักหน่อยก็เหนื่อยๆจนเลิกล้มไป ตัวเองก็ไม่ได้ก้าวหน้าอะไร เลยพาลโทษโน่นโทษนี่ ที่จริงความล้มเหลวความไม่สำเร็จนั้นเกิดจากที่ไม่อาจเอาชนะใจตนเองได้

ความสำเร็จในการทำงานทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่วินัย

วงการต่างๆไม่ว่าจะเล็กใหญ่เพียงใดจำต้องมีวินัย มิฉะนั้นแล้ววงการนั้นก็ไม่อาจทำอะไร ให้สำเร็จได้ ในที่สุดก็ต้องเลิกล้มไป เมื่อเราเข้าโรงเรียน เราก็พบกับวินัยของโรงเรียน ซึ่งบางทีเราก็พยายามหลีกเลี่ยง เป็นทหารก็พบกับวินัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ถ้าได้เข้าทีมฟุตบอลหรือทีมกีฬาก็พบกับวินัยอีก ทีมฟุตบอลหากไม่มีวินัยก็ยากที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ การที่วงการเหล่านี้จะมีวินัยดี คือให้สมาชิกปฏิบัติตามระเบียบที่วงการนั้นๆตั้งขึ้น สมาชิกทุกคนจะต้องมีวินัยของตัวเองเสียก่อน

คิดว่าแต่ละคนจะต้องมีวินัยของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญและมีค่าอย่างยิ่ง

ท่านอาจตั้งวินัย หรือระเบียบให้แก่ตัวเอง เช่นว่าตื่นเช้าเวลา 6.00 น. กายบริหาร 20 นาที เข้าห้องน้ำ แต่งตัว 40 นาที 7.00 น. รับประทานอาหารเช้า 30 นาที แล้วเตรียมตัวไปทำงาน ระเบียบดังนี้ท่านตั้งของท่านเอง ซึ่งท่านเห็นว่าเหมาะสมกับชีวิตประจำวันของท่านและจะทำให้การปฏิบัติงานของท่านเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ทำอยู่สองวันก็เลิก ตื่นเสีย 7.00 น. บ้าง ตื่นแล้วกินกาแฟเสียก่อนโดยไม่ทันล้างหน้าอย่างนี้ คือทำผิดระเบียบฝ่าฝืนวินัยของตนเอง แต่ก็ไม่มีใครลงโทษท่าน
ไม่เหมือนกับท่านฝ่าฝืนวินัยของโรงเรียน หรือวงงานอื่นๆ ซึ่งท่านจะต้องถูกลงโทษมิอย่างใดก็อย่างหนึ่ง การที่ท่านฝ่าฝืนระเบียบของท่านเองแล้วไม่ต้องมีโทษนั้น ทำให้ได้ใจ ที่นี้ตั้งระเบียบอะไรไว้ ก็ฝ่าฝืนเรื่อยไป บางคนไม่ตั้งระเบียบ ของชีวิต ไปอย่างเปะปะอย่างนี้ไม่มีทางที่จะพบกับความสำเร็จหรือความก้าวหน้า
 
หากท่านตั้งใจจะกำหนดระเบียบให้ตัวเอง ก็ย่อมทำได้มีวิธีที่หลายคนได้ทดลองแล้วและประสบผลสำเร็จ

กำหนดความมุ่งหมายของท่านให้ชัดเจน

ความมุ่งหมายนั้นอาจเป็นงานที่ต้องทำในระยะยาวหรือเป็นงานในวันหนึ่งๆก็ได้ แต่โดยมากเป็นงานที่ต้องใช้เวลานาน ท่านต้องเขียนเรื่องที่ท่านต้องการจะทำให้สำเร็จลงเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะจะทำให้ท่านเห็นชัดขึ้น และรู้แผนงานแน่นอนกว่าที่จะติดเอาไว้ในใจ ท่านต้องเขียนจุดมุ่งหมาย หรือเรื่องที่ท่านต้องทำให้แจ่มแจ้งชัดเจน ต่อจากนั้นก็เขียนแผนงานว่าจะทำอะไรก่อนหลังเป็นลำดับไปจนถึงที่สุด
 
วันหนึ่งมี 1440 นาที ท่านอาจจะใช้เป็น เวลานอนเสีย 440 นาที ยังมีเวลาอีก 1000 นาที ท่านควรแบ่งเวลานั้นมาสัก 14 นาทีในวันหนึ่งๆว่าวันรุ่งขึ้นท่านจะทำอะไรบ้าง ท่านเคยเขียนแผนงานประจำวันบ้างหรือเปล่า เชื่อว่ามีน้อยคนหรืออาจไม่มีเลย แต่ว่าการกระทำดังนี้เป็นการฝึกตนเองอย่างเยี่ยม มักทำให้ท่าน เป็นคนเอาจริงเอาจังหรือที่เรียกว่าเป็นคนเอาการเอางาน
 
รายการที่จะเขียนไว้สำหรับวันรุ่งขึ้นก็คือ วันรุ่งจะทำอะไรบ้างเขียนไว้เป็นเรื่องๆตามลำดับความสำคัญ ทำเครื่องหมายสำหรับเรื่องที่จะต้องให้เสร็จในวันนั้นๆ พอรุ่งขึ้นท่านทำตามแผนงานที่กำหนดจนหมดเวลางาน ท่านก็เอาแผนงานมาดูว่าได้ทำอะไรเสร็จไปบ้าง มีอะไรค้างอยู่จะทำต่อไปวันรุ่งขึ้นอีกอย่างไร
 
เพราะฉะนั้นการวางแผนชีวิตก็ควรคำนึงถึงเวลาด้วย อย่าวางแผนอย่างคิดฝัน ต้องดูว่าในวิสัย ที่ท่านจะปฏิบัติได้ และเมื่อได้กำหนดอะไรลงไปแล้ว ก็ต้องบังคับใจปฏิบัติตามแผนให้ได้ตามกำหนด แรกๆจะรู้สึกว่ายากมากทีเดียว ระยะนี้แหละ ที่ท่านต้องเอาชนะใจให้ได้หากท่านชนะหนแรก ก็จะทำให้ท่านมีกำลังใจแรงขึ้น ต่อไปท่านก็เอาชนะใจของตัวเองได้ง่ายขึ้น ท่านก็จะกลายเป็นคนมีระเบียบมีความสำเร็จและเป็นที่เชื่อถือของคนอื่นๆ

เริ่มทำแต่ส่วนเล็กหรือส่วนย่อยๆก่อน

เวลาจะทำอะไร ถ้าคิดใหญ่โตเกินไปนักก็จะเกิดท้อ เขาจึงแนะว่าควรแยกส่วนใหญ่นั้นออกเป็นส่วนย่อยๆทำให้เสร็จๆไปทีละส่วนจะไม่เหนื่อยแรงและทำได้ง่าย เมื่อแรกลงมือทำนั้นรู้สึกอึดอัดใจ คิดอะไรไม่ออก ทำอะไรก็ไม่ค่อยคล่องแคล่ว แต่ถ้าแข็งใจทำต่อไป ก็จะรู้สึกว่าทำได้รวดเร็วคล่องแคล่วขึ้น ข้อสำคัญอยู่ที่ลงมือเท่านั้น

มีข้อแนะนำปลีกย่อยอีกสองสามอย่าง ดังต่อไปนี้

  1. ต้องพยายามรักษาระเบียบและความเรียบร้อย
  2. ฝึกตัวให้พักผ่อนเป็น
  3. ลองทำงานที่ยากเสียบ้าง

ผู้รวบรวมและเรียบเรียง: รองศาสตราจารย์รณชัย คงสกนธ์