RamaMental   |   ความรู้สำหรับประชาชน  =>  จิตเวชเด็ก

You are here

อยากบอกผู้ใหญ่จัง ว่า... “พวกหนูเข้าใจอะไรๆ มากกว่าที่ผู้ใหญ่คิด"

ในปัจจุบันการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนักเพราะพ่อแม่ต้องทำงาน อาจจะไม่มีเวลาว่างมากพอ
ที่จะเลี้ยงลูกตามลำพัง บางครั้งพ่อแม่อาจต้องฝากเด็กไว้กับพี่เลี้ยง nursery หรือผู้เลี้ยงดูคนอื่น บางครอบครัวอาจโชคดีหน่อย
ตรงที่มีปู่ย่าตายาย หรือสมาชิกคนอื่นในครอบครัวเป็นผู้ช่วยในการเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งจริงๆ แล้วน่าจะเป็นเรื่องดีเพราะเด็กมีคนที่พ่อแม่ไว้ใจได้
ว่ารักเด็กจริงๆ เป็นผู้ช่วยดูแลเด็กตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่    เป็นเรื่องธรรมดาที่ปู่ย่าตายาย หรือ ผู้เลี้ยงดูคนอื่นอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง
กับพ่อแม่ในการดูแลเด็ก จะเป็นการดีหากความคิดเห็นที่แตกต่างนำไปสู่การพูดคุยสื่อสาร ความยืดหยุ่น การประนีประนอม ความเข้าใจ
และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน  โดยคำนึงถึงความรักความหวังดีที่มีต่อเด็ก แต่บางครั้งความคิดเห็นที่แตกต่างกันหรือการที่ผู้ใหญ่สองฟาก
มีปมความขัดแย้งอยู่เดิม อาจนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งหรือบางทีอาจจะรุนแรงขนาดที่เกิดการแย่งกันเลี้ยงดูเด็กกันเลยทีเดียว
ผู้ใหญ่แต่ละฝ่ายก็ต้องการให้เด็กเลือกข้าง พ่นสิ่งที่ไม่ดีของอีกฝ่ายให้เด็กฟัง ไม่พ้นที่เด็กจะต้องอยู่คั่นกลางอย่างกระอักกระอ่วนท่ามกลางความขัดแย้ง
ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะคิดว่าเด็กยังเป็นเด็กอยู่ เด็กๆ ไม่รู้เรื่องหรอก ไม่มีผลกระทบต่อใจเด็กหรอก แต่จริงๆ มันไม่ใช่ หมอได้คุยกับเด็กหลายคนทีเดียว
ที่เขาอยากที่จะบอกผู้ใหญ่เสียเหลือเกินว่า อย่าคิดว่าที่ผู้ใหญ่ทะเลาะกันเขาไม่เห็น เขาไม่เข้าใจ อย่าคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้ไม่ได้มีผลต่อใจเด็ก
เพราะจริงๆ เด็กๆ บอกได้ชัดเจนว่ามันมีผลมากกว่าที่ผู้ใหญ่คิด เด็กๆไม่ได้รับอนุญาตให้รัก แสดงความรัก หรือแม้กระทั่งพูดถึงผู้ใหญ่ฝ่ายตรงข้าม
เด็กๆ กังวลไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร จะต้องทำตัวอย่างไรที่ไม่ให้ผู้ใหญ่โมโห ตึงเครียดกับสถานการณ์ที่เขาไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ
แต่จะต้องถูกชักจูงไปโดยผู้ใหญ่ทั้งสองข้าง

ถึงตรงนี้หมออยากลองให้ บรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครองที่เข้าใจอะไรๆ ได้ดีและอ่านมาถึงตรงนี้ ลองคิดร่วมกันดูว่า... จะเป็นอย่างไร..
ถ้าเราคิดถึงผลประโยชน์ของเด็ก ความรู้สึกของเด็ก ความต้องการของเด็ก เด็กที่เราบอกว่าเรารัก มากกว่าทิฐิ ความอยากเอาชนะ ความโกรธ
ความเกลียดชัง ความเจ็บปวดที่เรามี

จะเป็นอย่างไร..ถ้าเรามีสติกันมากขึ้น ไม่ได้หลงไปกับอารมณ์ที่เรามีจนไม่ลืมหูลืมตา พ่นคำพูดหรือการกระทำที่เป็นบาดแผลทางใจต่อใครหลายๆ คน
จะเป็นอย่างไร..ถ้าเด็กเห็นแบบอย่างของการคลี่คลายความขัดแย้ง เรายอมรับกันได้แม้เราจะเห็นต่างกัน
จะเป็นอย่างไร..ถ้าเด็กจะมีคนที่ให้ความรักต่อเขามากกว่าพ่อและแม่...ทุกคนร่วมมือกันเป็นทีมเดียวกัน ให้ความรัก ให้การอบรม
ช่วยกันดูแล พรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ให้เค้าเติบโตเป็นต้นไม้ที่งดงามในอนาคต