Ramathibodi Excellence Center for Organ Transplantation
TH | EN
| Call center  02-201-1661-2

SHARING STORY

คุณแม่เล็ก น้องปังปอนด์


คุณแม่เล็ก น้องปังปอนด์ :: คู่แม่ลูกที่แบ่งไตใช้คนละข้าง เพราะความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ทำให้แม่ตัดสินใจสู้ด้วยชีวิต ตั้งแต่วันที่ลูกยังไม่ลืมตาดูโลก

" น้องปังปอนด์มีอาการผิดปกติตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ได้ 4 เดือน ทราบตั้งแต่ได้ฝากครรภ์ครั้งแรกเลยค่ะ คุณหมอเจอว่ามีก้อนดำๆ อยู่ในตัวน้อง จึงนัดแม่มาอัลตร้าซาวน์ทุกอาทิตย์เพื่อดูความผิดปกติของน้อง ตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรแน่นอน คุณหมอจึงแนะนำว่าถ้าน้องมีอาการผิดปกติแบบนี้ ตอนคลอดออกมาอาจจะรอดหรือไม่รอดก็ได้ เลยให้คุณแม่ตัดสินใจว่าจะเก็บน้องไว้ หรือต้องการจะเอาออก แต่แม่ตัดสินใจจะเอาน้องไว้ คิดว่ายังไงก็อยากให้เขาเกิดมา

น้องต้องคลอดก่อนกำหนด ตอนนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนกว่าๆ พอคลอดออกมาจึงได้รู้ว่าน้องมีอาการไตวาย ท่อปัสสาวะของเขาตีบทำให้ปัสสาวะไหลย้อนขึ้นไต ทำให้ไตวายทั้ง 2 ข้าง ตอนแรกรักษาที่รพ.แห่งหนึ่ง คุณหมอได้เจาะเพื่อให้ปัสสาวะไหลออกทางหน้าท้องไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไป พอน้อง 2 ขวบก็ปิดหน้าท้องและรักษาด้วยการทานยามาตลอด จนได้ 5 ขวบคุณหมอแนะนำให้มีการล้างไต จึงได้ส่งมารักษาต่อที่ รพ.รามาธิบดี

พอมาที รพ.รามาธิบดี มาเจอคุณหมอไต และพยาบาลหน่วยไต คุณหมอจึงแนะนำให้เข้าโครงการปลูกถ่ายอวัยวะ ในช่วงนั้นก็ให้ล้างไตรอ ระหว่างการปลูกถ่ายไต และคุณแม่เลือกที่จะเป็นคนให้ไตน้องเองก็เลยค่อนข้างไว แต่พอได้คิวผ่าครั้งแรกต้องเลื่อน เพราะว่าร่างกายคุณแม่ยังไงพร้อมค่ะ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนไต ตอนนี้คุณแม่และน้องเลยแบ่งไตกันค่ะ มีไตกันคนละข้าง

“พอหลังจากผ่าตัด น้องเติบโต ใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติ
รู้สึกดีมากๆ ที่ตอนนั้นเลือกที่จะให้ไตกับเขา”

ตอนแรกมีหลายคนก็เป็นห่วง บอกให้คิดทบทวนดีๆ ว่าผ่าตัดปลูกถ่ายไตจากแม่ให้น้องแล้ว น้องจะดีขึ้นรึเปล่า น้องจะใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่นได้หรือไม่ จะเป็นการผ่าตัดที่เสียเปล่าไหม แต่ตอนนั้นแม่คิดว่ายังไงก็ขอให้ได้ให้ อย่างน้อยเป็นการช่วยต่อชีวิตเขาอีกสักนิดก็ยังดี แม่เต็มใจจะให้เขามากๆ พอหลังจากผ่าตัด น้องเติบโต ใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กปกติ รู้สึกดีมากๆ ที่ตอนนั้นเลือกที่จะให้ไตกับเขา

 

พอผ่าตัดมาแล้ว ร่างกายน้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากเลยค่ะ ร่างกายน้องเติบโตขึ้นเหมือนเด็กปกติ ทำทุกอย่างได้ ไม่เหมือนว่าเป็นคนป่วยเลย จากก่อนหน้านั้นน้องจะตัวเล็กมาก เหมือนกินยังไงก็ไม่โต น้ำหนักไม่ขึ้นเลย แต่ในช่วงก่อนผ่าตัดแม่ก็เลี้ยงเขาเหมือนเด็กทั่วไปไม่ได้เคร่งครัดดูแลปกป้องมากเกินอยู่แล้ว ไม่ทำให้เขารู้สึกแปลกแยกจากเด็กคนอื่น พาไปเที่ยว ไปต่างจังหวัดตลอด ไปพร้อมกับหอบหิ้วถุงล้างไตไปด้วยเลยค่ะ แต่พอผ่าตัดปลูกถ่ายเรียบร้อยแล้วก็ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้เต็มที่กว่าเดิมอีกค่ะ แค่ต้องดูแลเรื่องอาหารเป็นพิเศษ ไม่กินอาหารรสจัด และต้องกินน้ำตามปริมาณที่กำหนดในแต่ละวันค่ะ  

ตอนนี้ผ่านมา 6 ปีแล้วหลังจากได้รับการผ่าตัด น้องไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อน ไม่ติดเชื้อ เหมือนเด็กคนอื่นที่ผ่าตัดในช่วงเวลาเดียวกันนะคะ และ ไตเขาก็ทำงานดีมาก มาติดตามอาการทุกครั้งผลก็ออกมาดีตลอด และน้องใช้ชีวิต ทำกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนได้ไม่มีปัญหา ทั้งเล่นบอล ว่ายน้ำ น้องยังแข่งว่ายน้ำได้ที่ 1 3 ปีซ้อนเลยด้วยซ้ำค่ะ

 

สำหรับแม่ รู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่ตอนนั้นตัดสินใจว่าให้ไตกับลูก เพราะรู้สึกเหมือนแม่ได้ชุบชีวิตลูกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และน้องเปลี่ยนเป็นคนละคน จากตอนเด็กๆ ที่น้องตัวเล็กมากเหมือนว่าจะไม่โต แต่หลังจากผ่าตัดร่างกายน้องก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่บอกก็จะไม่มีใครทราบเลยว่าน้องป่วย เราสู้มาด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่เขาเกิด อยู่ด้วยกันไม่เคยห่าง แม่มีความคิดตลอดว่าลูกจะต้องหายดี

 

ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณทางี รพ.รามาธิบดีและมูลนิธิรามาธิบดี เพราะแม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายจริงๆ ค่อนข้างสูงมาก แต่ก็ได้คุณหมอที่แนะนำและดูแลให้ตลอด แนะนำให้เข้าโครงการกับมูลนิธิ ค่าผ่าตัดรวมถึงค่ายาที่ต้องใช้ทุกๆ เดือนมูลนิธิก็เป็นผู้ดูแลให้ ถ้าไม่มีมูลนิธิคุณแม่ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร ต้องขอบคุณมากๆ ที่ทำให้ทั้งแม่และน้องมีวันนี้ค่ะ"