You are here

เจาะประเด็นสาวผิวคล้ำ

เจาะประเด็นสาวผิวคล้ำ

เจาะประเด็นสาวผิวคล้ำ

สาวๆ หลายคนอาจมีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวมัน ผิวไม่เนียนเรียบหรือผิวแพ้ง่าย แต่ปัญหาเรื่องผิวที่ติดอันดับสําหรับสาวไทยอีกปัญหาหนึ่ง คือ การมีผิวคล้ำ เหตุเพราะค่านิยมในปัจจุบันที่ “สาวๆ อยากมีผิวขาว” ปัจจุบันมีวิทยาการการรักษาผิวพรรณมากมาย โดยเฉพาะใครที่มีผิวคล้ำ ไม่สดใส วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่า จะมีวิธีใดบ้างที่ทําให้สาวๆ ขึ้นชื่อได้ว่า เป็นสาวผิวสวย สุขภาพดีกันค่ะ

ก่อนอื่นต้องทําความเข้าใจก่อนว่า แต่ละคนมีสีผิวแตกต่างกัน คนไทยมีผิวขาวเหลืองแบบคนเอเชีย แต่ก็มีบางคนที่มีผิวสีเข้ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ 2 ประการ คือ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ซึ่งปัจจัยภายใน ได้แก่ กรรมพันธุ์ เชื้อชาติ กระบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย เช่น พ่อแม่มีผิวสีเข้ม ลูกก็จะผิวสีเข้ม ส่วนปัจจัยภายนอก ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการโดนแดดหรือรังสียูวี การออกไปเจอมลภาวะต่างๆ การรับประทานอาหาร รวมไปถึงการดูแลสุขภาพผิว อย่างการใช้เครื่องสําอางก็มีส่วนเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหล่าบรรดาสาวๆ นิยมใช้กัน นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดด เป็นที่รู้กันว่า เมืองไทยเป็นเมืองร้อน และยิ่งเดี๋ยวนี้ร้อนขึ้นทุกวัน แสงแดดก็ทําร้ายผิวมากขึ้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ จึงจําเป็นมากสําหรับสาวไทย แต่ถ้าเป็นสาวรุ่นใหญ่ที่ต้องการลดความหย่อนคล้อย สร้างความอ่อนเยาว์แล้วล่ะก็ การดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวิตามินเอ วิตามินซี โปรตีนเปปไทด์ AHA BHA ก็จะช่วยเสริมคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวให้แลดูกระจ่างใส ดูอ่อนวัยได้ หรือสาวๆ อาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทํามาจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากใบบัวบกหรือว่านหางจระเข้ เพราะนอกจากจะช่วยลดการระคายเคืองผิวแล้ว สมุนไพรเหล่านี้ยังปลอดภัยต่อร่างกายอีกด้วยและบางคนอาจเคยได้ยินคําว่า โครเอ็นไซม์ คิวเท็น (Q10) ที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องสําอางช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระหรือ คําว่า กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากสําหรับผู้ที่ต้องการความชุ่มชื้นแก่ผิว

แต่หากใครรู้สึกว่า วิธีต่างๆ ที่เล่ามา ทํามาทุกอย่างแล้ว ผิวสุขภาพดีจริง แต่ประเด็นสําคัญที่สุดของการดูแลผิวคือก็ต้องดูอีกอย่างก็คือ จะทําอย่างไรให้ผิวไม่หมองคล้ำ แลดูกระจ่างใส Beauty-Full ฉบับนี้มีวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้มาฝากกัน

สารที่ทําให้ผิวขาวได้นั้น มีหลายประเภท ประเภทแรกคือ สารฟอกสี (Bleaching Agents) ซึ่งเป็นอันตรายและห้ามใช้ในเครื่องสําอาง เช่น ไฮโดรควิโนน ก่อให้เกิดฝ้า จุดด่างขาว และตุ่มนูนสีดํา และปรอทแอมโมเนีย หากเกิดพิษสะสม จะทําให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบได้

สารทําให้ผิวขาว (Whitening Agents) นิยมใช้ในเครื่องสําอาง เช่น อาร์บิวติน กรดโคจิดและวิตามินซีแอสคอร์บิกแมกนีเซียมฟอสเฟต ซึ่งเป็นสารที่เกิดระคายเคืองและมีผลข้างเคียงน้อย

เจาะประเด็นสาวผิวคล้ำ

สารปกคลุมผิว (Covering Agents) เป็นสารทึบแสง และช่วยให้ผิวขาวทันที ซึ่งสารทิตาเนียมไดออกไซด์เป็นสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแต่เมื่อล้างออกก็ยังมีสีผิวเดิม ไม่ได้ให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวถาวร

สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว (Alpha  Hydroxy  Acids  หรือ AHAs) ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้ช่วยลดการสร้างเม็ดสีโดยตรง แต่ช่วยเร่งการหลุดลอกของผิวชั้นนอกออกไป ทําให้ดูขาวขึ้น เป็นกรดผลไม้ เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่เคยได้ยินกันบ่อยๆ คือ Lactic  Acid ได้จากนมเปรี้ยวและมะเขือเทศ Citric acid สกัดได้จากส้มและมะนาว นอกจากนี้ยังมี Gylcolic Acid สกัดจากอ้อย หรือ Malic Acid สกัดได้จากแอปเปิ้ล

อันที่จริงแล้ว สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว (Alpha Hydroxy Acids หรือ AHAs) เป็นสารที่แพทย์ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังมานานแล้ว และด้วยคุณสมบัติที่ช่วยให้ผิวดูขาวขึ้น เนียนเรียบและลดรอยเหี่ยวย่น

ปัจจุบันจึงนิยมนํามาเป็นส่วนประกอบในเครื่องสําาอางหลายประเภทปริมาณที่ใช้จะต้องมีความเข้มข้นไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากมากกว่านี้อาจทําให้ระคายเคืองและผิวลอกได้ ซึ่งปริมาณการใช้ที่มีความเข้มข้นสูงการดูแลผิวยังมีอีกหลายวิธี เช่น การฉีดสารเติมเต็ม การใช้เลเซอร์ ซึ่งอาจช่วยได้ระยะหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ผลถาวร การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไม่ว่าประเภทใดก็แล้วแต่ ควรเลือกซื้ออย่างมีสติ ไม่หลงเชื่อคําโฆษณา การดูแลผิวให้มีสุขภาพที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากภายใน พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการทําร้ายผิว เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และวิธีที่ง่ายที่สุดคือ ดูแลผิวพรรณให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะมีผิวเฉดสีใดก็สวยได้ เพียงแค่มีความมั่นใจ คุณก็ดูดีได้ในแบบของตนเอง กลายเป็นสาวมั่นปี 2012  ที่มีผิวสวยกระจ่างใสได้ไม่ยากตั้งแต่ 20-70 เปอร์เซ็นต์นั้น จะนําไปใช้กับวิธีการลอกผิว โดยจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ข้อควรระวังสําหรับผู้ใช้คือ เราใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ผลัดเซลล์ผิว ผิวด้านนอกถูกลอกออกไป ผิวหนังชั้นในขึ้นมาแทนที่ซึ่งเป็นผิวที่บอบบางกว่า โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการถูกแสงแดดก็มีมากขึ้น ผิวคล้ำง่ายกว่าปกติ และต้องระวังไม่ให้เกิดอาการแพ้ การทดสอบว่ามีอาการแพ้หรือไม่  ให้ทาบริเวณใต้ท้องแขน เช้า-เย็น เป็นเวลา 7 วัน หากไม่มีความผิดปกติก็แสดงว่าปลอดภัยใช้ได้แน่นอน

นอกจากนี้ยังมีสารอีกหนึ่งตัว คือ สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) หลายคนอาจไม่คุ้นหู แต่สารตัวนี้จัดเป็นเครื่องสําอางควบคุม มีส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจําวัน เช่น ยาสีฟัน ยาย้อมผมหรือกัดสีผม สารฟอกหนัง สําาหรับทางการแพทย์แล้ว จะนํามาใช้ในการทําความสะอาดแผลลึก ปากแผลแคบ แต่สาวๆ ที่ใจร้อน อยากมีผิวขาวเร็ว ก็จะใช้สารตัวนี้ซึ่งอยู่ในรูปของครีมเปลี่ยนสีผิว ครีมฟอกสีผิว หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายส่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม บางยี่ห้อสามารถเปลี่ยนได้ทั้งสีผิวและสีขนอีกด้วย หลายคนอาจจะดีใจที่ผิวเปลี่ยนมาขาวกระจ่างใสด้วยระยะเวลาไม่นาน แต่ถ้าหากใช้บ่อยๆ อาจทําให้ร่างกายไม่ผลิตสารเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ให้กับผิวหนัง ทําให้เมื่อโดนแดดมีอาการแสบหรือระคายเคืองได้ ที่สําาคัญที่สุดคือ มีโอกาสเสี่ยงเป็นเนื้องอกและมะเร็งผิวหนังได้มากกว่าผิวธรรมดา

การดูแลผิวยังมีอีกหลายวิธี เช่น การฉีดสารเติมเต็ม การใช้เลเซอร์ ซึ่งอาจช่วยได้ระยะหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ผลถาวร การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไม่ว่าประเภทใดก็แล้วแต่ ควรเลือกซื้ออย่างมีสติ ไม่หลงเชื่อคําโฆษณา การดูแลผิวให้มีสุขภาพที่ดีนั้น ต้องเริ่มจากภายใน พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการทําร้ายผิว เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และวิธีที่ง่ายที่สุดคือ ดูแลผิวพรรณให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะมีผิวเฉดสีใดก็สวยได้ เพียงแค่มีความมั่นใจ คุณก็ดูดีได้ในแบบของตนเอง กลายเป็นสาวมั่นปี 2012 ที่มีผิวสวยกระจ่างใสได้ไม่ยาก

ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย www.dst.or.th 
เว็บไซต์คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) www.fda.moph.go.th

ผู้เขียน : รศ. พญ.เพ็ญพรรณ วัฒนไกร หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ติดตามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่

นิตยสารวาไรตี้เพื่อสุขภาพ @Rama ฉบับที่ 3 คลิก

AtRama.mahidol.ac.th